Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 162

เล่ม มมร. 26 หน้า 162 ข้อ 103
ปัญหา ในปรายนวรรคว่า ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ บุคคลที่ได้ตรัสรู้ธรรมแล้ว และบุคคลที่ยังเป็นเสขบุคคลอยู่เหล่าใด มีอยู่มากใน ศาสนานี้ พระองค์ผู้มีปัญญาอันข้าพเจ้าถามแล้ว ขอ ได้โปรดตรัสบอกความประพฤติของบุคคลทั้งสองพวก นั้น แก่ข้าพเจ้า ดังนี้. ดูก่อนสารีบุตร เธอพึงเห็นเนื้อความของคำที่กล่าวโดยย่อนี้ โดย พิสดารได้อย่างนี้แล. จบภูตมิทสูตรที่ ๑ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ อรรถกถาภูตมิทสูตรที่ ๑ พึงทราบวินิจฉัยในภูตมิทสูตรที่ ๑ แห่งกฬารขัตติยวรรคต่อไป. บทว่า "อชิตปญฺเห ในอชติปัญหา" ได้แก่ในปัญหาที่อชิตมาณพทูล ถามแล้ว. บทว่า "สงฺขาตธมฺมาเส ได้ตรัสรู้ธรรมแล้ว" ได้แก่ผู้มี ธรรมอันรู้แล้ว คือมีธรรมอันตรัสรู้แล้ว มีธรรมอันชั่งแล้ว มีธรรมอัน ไตร่ตรองเสร็จแล้ว. บทว่า "เสกฺขา เสกขบุคคล" ได้แก่พระเสขะ ทั้ง ๗. บทว่า "ปุถู จำนวนมาก" คือพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมาย เอาชน (พระเสขะ) ๗ พวกนั่นแหละ จึงตรัสว่า "ปุถู." บทว่า "อิธ" คือในพระศาสนานี้. ในบทว่า นิปโก ปัญญา ท่านเรียกว่า เนปักกะ ผู้ประกอบด้วยปัญญานั้น ชื่อว่านิปกะ อชิตมาณพทูลวิงวอนว่า "ก็พระองค์ผู้ฉลาด ขอได้โปรดตรัสบอก." บทว่า "อิริยํ ซึ่งความ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka