และมรณะ เหมือนอย่างที่เรารู้ในบัดนี้เหมือนกันทั้งนั้น นี้ชื่อว่า อันวย-
ญาณของอริยสาวกนั้น.
[๑๒๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความรู้ ๒ อย่าง คือธรรมญาณ๑
อันวยญาณ๒ ๑ เหล่านี้ของพระอริยสาวก เป็นธรรมชาติบริสุทธิ์ผุดผ่อง
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกนี้เราเรียกว่า ผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิบ้าง ผู้ถึง
พร้อมด้วยทัศนะบ้าง ผู้มาสู่สัทธรรมนี้บ้าง เห็นสัทธรรมนี้บ้าง ประกอบ
ด้วยญาณของพระเสขะบ้าง ประกอบด้วยวิชชาของพระเสขะบ้าง ถึง
กระแสแห่งธรรมบ้าง เป็นอริยบุคคลผู้มีปัญญาเครื่องชำแรกกิเลสบ้าง
อยู่ชิดประตูอมตะนิพพานบ้าง.
[๑๒๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ชาติเป็นไฉน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ก็ภพเป็นไฉน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อุปาทานเป็นไฉน. ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย ก็ตัณหาเป็นไฉน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็เวทนาเป็นไฉน.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ผัสสะเป็นไฉน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สฬายตนะ
เป็นไฉน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็นามรูปเป็นไฉน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ก็วิญญาณเป็นไฉน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สังขารเป็นไฉน. สังขารมี ๓
คือ กายสังขาร ๑ วจีสังขาร ๑ จิตตสังขาร ๑ นี้เรียกว่าสังขาร เพราะ
อวิชชาเกิด สังขารจึงเกิด เพราะอวิชชาดับ สังขารจึงดับ อริยมรรค
มีองค์ ๘ นี้เท่านั้น คือความเห็นชอบ ๑ ความดำริชอบ ๑ วาจาชอบ ๑
การงานชอบ ๑ อาชีพชอบ ๑ พยายามชอบ ๑ ระลึกชอบ ๑ ตั้งใจ
ไว้ชอบ ๑.
[๑๒๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกรู้ชัดสังขารอย่างนี้ รู้ชัดเหตุ
๑. มรรคญาณ. ๒.ผลญาณ.