Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 188

เล่ม มมร. 26 หน้า 188 ข้อ 125
อรรถกถาญาณวัตถุสูตรที่ ๓ พึงทราบวินิจฉัยในญาณวัตถุสูตรที่ ๓ ต่อไป. ข้อว่า "ตํ สุณาถ พวกเธอจงฟังญาณวัตถุนั้น" ได้แก่พวกเธอจงฟังการแสดงญาณวัตถุนั้น. ญาณนั่นเอง พื้งทราบว่า ญาณวัตถุ ในคำนี้ว่า าณวตฺถูนิ นี้. ใน ญาณ ๔ มี ชรามรณญาณ เป็นอาทิ ญาณที่ ๑ มี ๔ อย่างคือ สวนมยญาณ (ความรู้อันสำเร็จด้วยการฟัง ) สัมมสนญาณ (ความรู้อันเกิดจากการ พิจารณา) ปฏิเวธญาณ ( ความรู้อันเกิดจากการรู้แจ้งแทงตลอด) ปัจจเวกขณญาณ (ความรู้อันเกิดจากการพิจารณา ). ญาณที่ ๒ ก็เหมือน กัน. ส่วนญาณที่ ๓ เว้นสัมมสนญาณเสีย จึงมีเพียง ๓ อย่างเท่านั้น. ญาณที่ ๔ ก็เหมือนกัน เพราะว่า โนโลกุตรธรรม ย่อมไม่มีสัมม- สนญาณ. แม้ในคำว่า "ชาติยา าณํ ความรู้ในชาติ" เป็นต้น ก็มีนัยนี้แหละ. ข้อว่า "อิมินา ธมฺเมน ด้วยธรรมนี้" คือ ด้วย สัจธรรม ๔ นี้ หรือด้วยมรรคญาณธรรม. ในบทว่า ทิฏฺเน เป็นต้น มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า ทิฏฺเน ได้แก่อันตนเห็นแล้วด้วยญาณจักษุ ( ดวงตาคือปัญญา). บทว่า วิทิเตน ได้แก่รู้แล้วด้วยปัญญา. บทว่า "อกาลิเกน ให้ผลไม่มีกำหนดกาล" ได้แก่ให้ผลในลำดับแห่งการรู้แจ้งแทงตลอดไม่ละเลยกาลไรๆ เลย. บทว่า " ปตฺเตน ถึงแล้ว" แปลว่า บรรลุแล้ว. บทว่า "ปริโยคาฬฺเหน หยั่งรู้แล้ว คืออันตนหยั่งรู้แล้ว ได้แก่เข้าถึงด้วยปัญญา. บทว่า "อตี- ตานาคเต นยํ เนติ นำนัยในอดีตและอนาคตไป" ได้แก่นำนัยในอดีต และอนาคตไปโดยนัยมีอาทิว่า "สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง."
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka