Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 259

เล่ม มมร. 26 หน้า 259 ข้อ 203
อุปาทานจึงดับ เพราะอุปาทานดับ ภพจึงดับ เพราะภพดับ ชาติจึงดับ เพราะชาติดับ ชราและมรณะ โสกปริเทวทุกขโทมนัสและอุปายาสจึงดับ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้. [๒๐๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ประทีปน้ำมันพึงติด เพราะอาศัย น้ำมันและไส้ บุรุษไม่พึงเติมน้ำมัน ไม่ใส่ไส้ในประทีปน้ำมั่นนั้นทุก ๆ ระยะ ก็เมื่อเป็นอย่างนี้ ประทีปน้ำมันนั้น ไม่มีอาหารพึงดับไป เพราะ สิ้นเชื้อเก่า และเพราะไม่เติมเชื้อใหม่ แม้ฉันใด ภิกษุทั้งหลาย เมื่อ ภิกษุเห็นโทษเนือง ๆ ในธรรมทั้งหลายอันเป็นปัจจัยแห่งสังโยชน์อยู่ ตัณหาย่อมดับ ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะตัณหาดับ อุปาทานจึงดับ ฯลฯ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้. จบปฐมสังโยชนสูตรที่ ๓ อรรถกถาปฐมสังโยชนสูตรที่ ๓ พึงทราบวินิจฉัยในปฐมสังโยชนสูตรที่ ๓ ต่อไป. บทว่า "สญฺโชนีเยสุ อันเป็นปัจจัยแห่งสังโยชน์" คือ เป็น ปัจจัยแห่งสังโยชน์ ๑๐. บทว่า "ฌาเยยฺย พึงติดไฟ" แปลว่า พึง ลุกโพลง. ข้อว่า เตลํ อาสิญฺเจยฺย วฏฺฏึ อุปสํหเรยฺย ได้แก่ เพื่อ ให้ประทีปติดตลอดไป จึงถือภาชนะน้ำมันและกระเบื้องไส้อันใหญ่ไปตั้ง อยู่ในที่ใกล้เป็นนิจ เมื่อน้ำมันแห้งก็เติมน้ำมัน เมื่อไส้หมดก็ใส่เข้าไป. คำที่เหลือใสสูตรนี้ พึงทราบโดยนัยก่อนนั่นแหละ พร้อมกับการเทียบ เดียงด้วยข้ออุปมา. จบอรรถกถาปฐมสังโยชน์สูตร ๓
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka