ที่ประจักษ์ จึงกล่าวคำเป็นต้นว่า อญฺตฺเรว อาวุโส มุสิล สทฺธาย
ดังนี้.
ในบทเหล่านั้น บทว่า อญฺตฺร ได้แก่เว้นเหตุมีศรัทธาเป็นต้น
อธิบายว่า เว้นจากเหตุเหล่านั้น. บทว่า ภวนิโรโธ นิพฺพานํ ได้แก่
พระนิพพานคือการดับสนิทแห่งเบญจขันธ์.
บทว่า ตุณฺหี อโหสิ ความว่า พระเถระผู้ขีณาสพ ไม่กล่าวว่า
ก็เราเป็นขีณาสพ หรือว่าไม่เป็น ได้แต่นิ่งอย่างเดียว. เพราะเหตุไร พระ
เถระจึงกล่าวว่า อายสฺมา นารโท อายสฺมนฺตํ ปวิฏฺํ เอตทโวจ.
เพราะเล่ากันมาว่า พระเถระนั้นคิดว่า การดับสนิทแห่งภพ ชื่อว่า
นิพพาน ปัญหานี้ พระเสขะก็ดี พระอเสขะก็ดี ควรรู้ แต่พระนารท-
เถระนี้ ให้พระปวิฏฐเถระทำด้วยอเสขภูมิ ได้กล่าวอย่างนี้ว่า เราจักให้
รู้ฐานะนี้.
บทว่า สมฺมปฺปญฺาย สุทิฏฺํ ความว่า เห็นด้วยดีพร้อมด้วย
วิปัสสนาปัญญา และมรรคปัญญา. ด้วยคำว่า น จมฺหิ อรหํ
พระเถระแสดงว่า เรามิได้เป็นพระอรหันต์ เพราะยังตั้งอยู่ในอรหัต-
มรรค. ก็ญาณของท่านในบัดนี้ว่า การดับสนิทแห่งภพ ชื่อว่านิพพาน
นั้น พ้นจากปัจจเวกขณญาณ ๑๙ ชื่อว่าปัจจเวกขณญาณ. บทว่า
อุทปาโน ได้แก่บ่อน้ำลึก ๒๐-๓๐ ศอก. บทว่า อุทกวารโก ได้แก่
กระบอกรดน้ำ. บทว่า อุทกนฺติ หิ โข าณํ อสฺส ความว่า
เมื่อยืนพิจารณาอยู่ที่ริมฝั่ง พึงมีญาณอย่างนี้. บทว่า น จ กาเยน
ผุสิตฺวา ความว่า แต่ไม่สามารถใช้กายนำน้ำออกมาถูกต้องอยู่. จริงอยู่
การเห็นพระนิพพานของพระอนาคามี เหมือนการเห็นน้ำในบ่อน้ำ.