Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 432

เล่ม มมร. 26 หน้า 432 ข้อ 360
ความดำริในเนกขัมมะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยเนกขัมมสัญญา ความพอใจใน เนกขัมมะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความดำริในเนกขัมมะ ความเร่าร้อน เพราะเนกขัมมะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความพอใจในเนกขัมมะ การแสวง หาในเนกขัมมะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความเร่าร้อนเพราะเนกขัมมะ อริย- สาวกผู้ได้สดับ เมื่อแสวงหาเนกขัมมะ ย่อมปฏิบัติชอบโดยฐานะ ๓ คือ กาย วาจา ใจ อัพยาบาทสัญญาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยอัพยาบาทธาตุ ความดำริในอัพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยอัพยาบาทสัญญา ความพอใจ ในอัพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความดำริในอัพยาบาท ความเร่าร้อน เพราะอัพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความพอใจในอัพยาบาท การแสวง หาในอัพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความเร่าร้อนเพราะอัพยาบาท อริย- สาวกผู้ได้สดับ เมื่อแสวงหาอัพยาบาท ย่อมปฏิบัติชอบโดยฐานะ ๓ คือ กาย วาจา ใจ อวิหิงสาสัญญาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยอวิหิงสาธาตุ ความ ดำริในอวิหิงสาเกิดขึ้นเพราะอาศัยอวิหิงสาสัญญา ความพอใจในอวิหิงสา บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความดำริในอวิหิงสา ความเร่าร้อนเพราะอวิหิงสา บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความพอใจในอวิหิงสา การแสวงหาในอวิหิงสา บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความเร่าร้อนเพราะอวิหิงสา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับ เมื่อแสวงหาอวิหิงสา ย่อมปฏิบัติชอบโดยฐานะ ๓ คือ กาย วาจา ใจ. [๓๖๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุรุษพึงวางคบหญ้าที่ไฟติดแล้วใน ป่าหญ้าแห้ง เขาจึงรีบดับคบนั้นเสียด้วยมือและเท้า ก็เมื่อเป็นเช่นนี้ สัตว์มีชีวิตทั้งหลาย บรรดาที่อาศัยหญ้าและไม้อยู่ ไม่พึงถึงความพินาศ ฉิบหาย แม้ฉันใด ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมณะหรือพราหมณ์คนใดคน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka