Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 473

เล่ม มมร. 26 หน้า 473 ข้อ 398
เรื่องเห็นปานนั้น ผู้มีความต้องการพึงตรวจดูอรรถกถาพระวินัย ชื่อ สมันตปาสาทิกาเถิด. การถือเอาสิ่งของที่เขาไม่ได้ให้ ชื่อว่า อทินนาทาน มีอธิบายว่า ลักขโมยของผู้อื่น เป็นกิริยาของโจร. ในบทเหล่านั้น บทว่า อทินฺนํ แปลว่า พัสดุที่ผู้อื่นหวงแหน. เจตนาเป็นขโมยของบุคคลผู้มีความสำคัญ ในพัสดุอันผู้อื่นหวงแหนนั้น ว่าเป็นพัสดุอันผู้อื่นหวงแหนแล้ว ซึ่งใช้คน อื่นให้ทำตามความต้องการยังไม่มีโทษทางอาชญา คือยังไม่มีใครกล่าว โทษเพราะยังความพยายามเป็นเหตุถือเอาพัสดุที่ผู้อื่นหวงแหนนั้นให้ตั้งขึ้น ก็ชื่อว่า อทินนาทาน. อทินนาทานนั้น ชื่อว่ามีโทษน้อย ในเพราะ ของ ๆ ผู้อื่นเลว. ชื่อว่ามีโทษมาก ในเพราะของ ๆ ผู้อื่นประณีต. เพราะเหตุไร. เพราะพัสดุประณีต. เมื่อพัสดุเสมอกัน ชื่อว่ามีโทษมาก เพราะเป็นของ ๆ บุคคลผู้ยิ่งด้วยคุณ ชื่อว่ามีโทษน้อย ในเพราะเป็น ของ ๆ บุคคลผู้มีคุณเลวกว่าบุคคลผู้ยิ่งด้วยคุณนั้น เพราะเทียบกับบุคคล ผู้ยิ่งด้วยคุณนั้น ๆ. อทินนาทานนั้น มีองค์ ๕ คือ พัสดุอันผู้อื่นหวงแหน ๑ ความ เป็นผู้มีความสำคัญว่าเป็นของอันผู้อื่นหวงแหน ๑ จิตคิดจะลัก ๑ ความ พยายาม ๑ ลักมาได้ด้วยความพยายามนั้น ๑ ประโยคมี ๖ มีสาหัตถิกะเป็นต้น ก็แลประโยคเหล่านั้น เป็นไป แล้วด้วยอำนาจแห่งอวหารเหล่านี้ตามสมควร คือ เถยยาวหาร ลัก ๑ ปสัยหาวหาร ข่มขู่ ๑ ปฏิจฉันนาวหาร ลักซ่อน ๑ ปริกัปปาวหาร กำหนดลัก ๑ กุสาวหาร ลักสับ ๑ นี้เป็นความสังเขปในข้อนี้ ส่วน ความพิสดาร ท่านกล่าวไว้แล้วในสมันตปาสาทิกา.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka