มีมูล ๒ คือโลภะและโมหะ. มุสาวาท มีมูล ๒ คือโทสะและโมหะหรือ
โลภะและโมหะ. ปิสุณวาจาและสัมผัปปลาปะก็อย่างนั้น. ผรุสวาจา
มีมูล ๒ คือโทสะและโมหะ. อภิชฌามีมูลเดียวคือโมหะ. พยาบาทก็อย่างนั้น.
มิจฉาทิฏฐิ มีมูล ๒ คือโลภะและโมหะ.
ปาณาติบาตเป็นต้น ในบทเป็นต้นว่า ปาณาติบาตา ปฏิวิรตา
มีอรรถตามที่กล่าวแล้วแล. ส่วนชนเหล่านั้น ชื่อว่า เว้นขาดด้วยวิรัติใด.
วิรัตินั้น โดประเภทมี ๓ อย่าง คือสัมปัตตวิรัติ สมาทานวิรัติ
สมุจเฉทวิรัติ. บรรดาวิรัติ ๓ เหล่านั้น วิรัติซึ่งเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้ไม่ได้
สมาทานสิกขาบท เป็นแต่พิจารณาฐานะทั้งหลายมีชาติวัยและการ
ศึกษาหากเป็นต้นของตน ไม่ก้าวล่วงวัตถุที่มาประจวบเข้าด้วยคิดว่าการทำ
เช่นนี้ ไม่สมควรแก่เรา ดังนี้ พึงทราบว่า สัมปัตตวิรัติ. เหมือนวิรัติที่
เกิดขึ้นแก่จักกนะอุบาสกในเกาะสิงหลฉะนั้น.
ได้ยินว่า ในเวลาจักกนะอุบาสกนั้นเป็นหนุ่มนั่นแล โรคเกิดขึ้น
แก่มารดา. และหมอบอกว่า ควรได้เนื้อกระต่ายสด จึงจะควร. ลำดับนั้น
พี่ชายของเขาใช้นายจักกนะไปด้วยสั่งว่า พ่อ เจ้าจงไป จงเที่ยวไปสู่นา
เถิด. เขาไปที่นานั้นแล้ว ก็สมัยนั้น กระต่ายตัวหนึ่งมาเพื่อจะกัดกินข้าว
กล้าอ่อน. กระต่ายนั้น เห็นนายจักกนะนั้นเข้า จึงวิ่งไปโดยเร็ว ถูก
เถาวัลย์พัน ได้ร้องเสียงดังกิริ กิริ. นายจักกนะไปตามเสียงนั้น ก็จับ
กระต่ายนั้นไว้แล้ว จึงคิดว่า เราจักผสมยาแก่มารดา. แต่เขาคิดต่อไปอีกว่า
ข้อที่เราพึงปลงสัตว์เสียจากชีวิตเพราะเหตุแห่งชีวิตของมารดา หาควรแก่
เราไม่. เมื่อเป็นเช่นนั้น จึงปล่อยกระต่ายนั้นไปด้วยคำว่า เจ้าจงไป
จงบริโภคหญ้าและน้ำกับพวกกระต่ายในป่าเถิด. ก็เขาถูกพี่ชายถามว่า พ่อ