Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 507

เล่ม มมร. 26 หน้า 507 ข้อ 422
พวกเธอได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน ความพินาศ ได้เพิ่มพูนปฐพีที่เป็น ป่าช้า ตลอดกาลนาน เหมือนฉะนั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็เหตุเพียง เท่านั้น พอทีเดียวที่จะเบื่อหน่ายในสังขารทั้งปวง พอเพื่อจะคลายกำหนัด พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้. จบติณกัฏฐสูตรที่ ๑ อนมตัคคสังยุต ปฐมวรรคที่ ๑ อรรถกถาติณกัฏฐสูตรที่ ๑ พึงทราบวินิจฉัยในติณกัฏฐสูตรที่ ๑ แห่งอนมตัคคสังยุต ดังต่อไปนี้. บทว่า อนทตคฺโค แปลว่า มีที่สุดเบื้องต้นอันบุคคลไปตามอยู่ รู้ไม่ได้. อธิบายว่า สงสารแม้จะตามไปด้วยญาณร้อยปี พันปี มีที่สุด รู้ไม่ได้ คือมีที่สุดอันทราบไม่ได้. สงสารนั้นใคร่ไม่อาจรู้ที่สุดข้างนี้ หรือ ข้างโน้นได้ คือมีเบื้องต้นเบื้องปลายกำหนดไม่ได้. บทว่า สํสาโร ได้แก่ ลำดับแห่งขันธ์เป็นต้นที่เป็นไปกำหนดไม่ได้. บทว่า ปุพฺพา โกฏิ น ปญฺายติ ได้แก่ เขตแดนเบื้องต้น ไม่ปรากฏ ก็ที่สุด เบื้องต้นของสงสารนั้น ย่อมไม่ปรากฏด้วยที่สุดใด. แม้ที่สุดเบื้องปลาย ก็ย่อมไม่ปรากฏด้วยที่สุดนั้นเหมือนกัน. ส่วนสัตว์ทั้งหลาย ย่อมท่องเที่ยว ไปในท่ามกลาง. บทว่า ปริยาทานํ คจฺเฉยฺย นี้ ท่านกล่าวว่า เพราะ เป็นอุปมาด้วยสิ่งน้อย. ส่วนในพาหิรสมัย ประโยชน์มีน้อย๑ อุปมามีมาก. เมื่อท่านกล่าวว่า โคนี้เหมือนช้าง สุกรเหมือนโค สระเหมือนสมุทร ๑. ฎีกา-: อตฺโถ ปริตฺโต โหติ ยถาภตาวโพธาภาวโต.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka