Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 580

เล่ม มมร. 26 หน้า 580 ข้อ 496
บุคคลเมื่อจะกล่าวโดยชอบ ควรกล่าวว่า ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ถูก อันตรายแห่งพรหมจรรย์เบียดเบียนเสียแล้ว ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ซึ่งมี ความปรารถนาเกินประมาณ ถูกความปรารถนาเกินประมาณสำหรับ พรหมจรรย์เบียดเบียนแล้ว ดูก่อนกัสสป บัดนี้ บุคคลเมื่อจะกล่าวโดยชอบ ควรกล่าวว่า ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ถูกอันตรายแห่งพรหมจรรย์เบียดเบียน เสียแล้ว ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ซึ่งมีความปรารถนาเกินประมาณ ถูกความ ปรารถนาเกินประมาณสำหรับพรหมจรรย์เบียดเบียนเสียแล้ว. จบตติยโอวาทสูตรที่ ๘ อรรถกถาตติยโอวาทสูตรที่ ๘ พึงทราบวินิจฉัยในตติยโอวาทสูตรที่ ๘ ดังต่อไปนี้. บทว่า ตถา หิ ปน เป็นนิบาต ลงในเหตุเป็นที่ตั้ง เพราะตั้ง ก่อนเป็นผู้ว่าง่าย และบัดนี้เป็นผู้ว่ายาก. ตตฺร ได้แก่ ในพระนคร เหล่านั้น. บทว่า โก นามายํ ภิกฺขุ ความว่า ภิกษุนี้ชื่ออะไร ชื่อติสสเถระ หรือนาคเถระ บทว่า ตตฺร เมื่อสักการะนั้น อันเขาทำอยู่อย่างนี้. บทว่า ตถตฺตาย ความว่า เพื่อความเป็นอย่างนั้น คือเพื่อความเป็นผู้อยู่ป่าเป็นวัตร เป็นต้น. บทว่า สพฺรหฺมจาริกาโม ความว่า ชื่อว่าผู้ใคร่ต่อเพื่อนสพรหมจารี ในอรรถว่า ใคร่ ปรารถนา ต้องการอย่างนี้ว่า ภิกษุเหล่านี้ จงแวดล้อม เราเที่ยวไป ดังนี้. บทว่า ตถตฺตาย ได้แก่ เพื่อเป็นเหตุให้ลาภสักการะ เกิด. บทว่า พฺรหฺมจารูปทฺทเวน ความว่า ผู้ใดมีฉันทราคะเกินประมาณ ในปัจจัย ๔ ของเพื่อนสพรหมจารี ท่านเรียกว่า เป็นอุปัทวะ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka