Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 597

เล่ม มมร. 26 หน้า 597 ข้อ 526 527
ป่านซึ่งยังใหม่. [๕๒๖] ดูก่อนอาวุโส เราหวังสงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม แล้วเข้าถึงปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวกอยู่ ดูก่อนอาวุโส เราหวัง ฯ ล ฯ [อนุปุพพวิหารสมาบัติ ๙ และอภิญญา ๕ มีเปยยาลอย่างนี้] [๕๒๗] ดูก่อนอาวุโส เราทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะสิ้นไป ด้วยปัญญาอันรู้ยิ่งเองในทิฏฐธรรม เข้าถึงอยู่ ผู้ใดสำคัญเราว่า ควรปกปิดด้วยอภิญญา ๖ ผู้นั้นก็ควรสำคัญ ช้าง ๗ ศอกหรือ ๗ ศอกครึ่งว่า จะพึงปกปิดด้วยใบตาลได้. ก็แลภิกษุณีถุลลนันทาเคลื่อนจกาพรหมจรรย์เสียแล้ว. จบจีวรสูตรที่ ๑๑ อรรถกถาจีวรสูตรที่ ๑๑ พึงทราบวินิจฉัยในจีวรสูตรที่ ๑๑ ดังต่อไปนี้. บทว่า ทกฺขิณาคิริสฺมึ ความว่า ชนบทภาคทักษิณของภูเขาเป็น เทือกล้อมกรุงราชคฤห์ชื่อว่า ทักขิณาคิริ. อธิบายว่า เที่ยวจาริกไปใน ทักขิณาคิรีชนบทนั้น. ชื่อว่าจาริกมี ๒ อย่างคือ รีบไป ๑ ไม่รีบไป ๑. ในบทเหล่านั้น ภิกษุบางรูปนุ่งผ้ากาสายะผืนหนึ่ง ห่มผื่นหนึ่งตลอด เวลา คล้องบาตรและจีวรที่บ่า ถือร่ม วันหนึ่งเดินไปได้ ๗-๘ โยชน์ มีเหงื่อไหลท่วมตัว. ก็หรือว่าพระพุทธเจ้าทรงเห็นสัตว์ พึงตรัสรู้ไร ๆ ขณะเดียวเสด็จไปได้ร้อยโยชน์บ้าง พันโยชน์บ้าง. นี้ชื่อว่า รีบไป.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka