Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 656

เล่ม มมร. 26 หน้า 656 ข้อ 562 563
บทว่า สมฺปชานมุสา ภาสนตํ ความว่า กล่าวมุสาทั้งที่รู้อยู่ ด้วยเหตุแม้เพียงเล็กน้อย. บทว่า สีลํ ปูเรสฺสามิ ความว่า กองปัจจัย แม้ขนาดเท่าภูเขาสิเนรุ ไม่สามารถทำให้ภิกษุผู้มีจิตส่งไปแล้วว่า เราจัก ยังศีลให้บริบูรณ์ ดังนี้ หวั่นไหวได้. ก็คราวใดเธอละศีล อาศัยลาภ และสักการะ ให้คราวนั้นเธอก็พูดเท็จ แม้เพราะมีรำข้าวกำหนึ่งเป็นเหตุ หรือทำสิ่งอื่นที่ไม่ใช่กิจ. จบอรรถกถาสุวัณณปาติสูตรที่ ๑ ๒. รูปิยปาติสุตร ว่าด้วยลาภสักการะเป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรม [๕๖๒] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ที่นั้นแล พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความสรรเสริญ ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษม จากโยคะ ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า. [๕๖๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรากำหนดใจด้วยใจแล้วย่อมรู้ บุคคลบางคนในโลกนี้อย่างนี้ว่า แม้เพราะถาดเงินอันเต็มด้วยผงทองคำ เป็นเหตุ ท่านผู้นี้ก็ไม่จงใจพูดมุสา แต่สมัยต่อมา เราเห็นเขาถูกลาภ สักการะและความสรรเสริญครอบงำย่ำยีจิตแล้ว ก็กล่าวมุสาทั้งที่รู้ได้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความสรรเสริญ ทารุณ ฯ ล ฯ อย่างนี้แล เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ. จบรูปิยปาติสูตรที่ ๒
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka