จึงทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า เพราะเหตุไรเล่าพระเจ้าข้า ลาภสักการะ
และความสรรเสริญจึงเป็นอันตรายแก่ภิกษุขีณาสพ.
[๕๘๑] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนอานนท์ เรากล่าว
ถึงลาภสักการะและความสรรเสริญ ว่าเป็นอันตรายแก่เจโตวิมุตติอันไม่
กำเริบของภิกษุขีณาสพนั้นหามิได้ แต่เรากล่าวถึงลาภสักการะและความ
สรรเสริญว่าเป็นอันตรายแก่ธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน อันภิกษุ
ขีณาสพผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มีตนส่งไปแล้วอยู่นั้น บรรลุแล้ว
กะเธอทั้งหลาย ดูก่อนอานนท์ ลาภสักการะและความสรรเสริญ ทารุณ
เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ
ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่านี้ เพราะเหตุนั้นแล อานนท์ เธอทั้งหลายพึง
ศึกษาอย่างนี้ว่า เราทั้งหลายจักละลาภสักการะและความสรรเสริญที่เกิดขึ้น
แล้วเสีย และลาภสักการะและความสรรเสริญที่บังเกิดขึ้นแล้ว จักครอบงำ
จิตของเราทั้งหลายตั้งอยู่ไม่ได้ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ.
จบภิกขุสูตรที่ ๑๐
จบตติยวรรคที่ ๓
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. มาตุคามสูตร ๒. ชนปทกัลยาณีสูตร
๓. ปุตตสูตร ๔. เอกธีตุสูตร
๕. ปฐมสมณพราหมณสูตร ๖. ทุติยสมณพราหมณสูตร
๗. ตติยสมณพราหมสูตร ๘. ฉวิสูตร
๙. รัชชุสูตร ๑๐. ภิกขุสูตร.