Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 729

เล่ม มมร. 26 หน้า 729 ข้อ 666
ฉันใด ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งไม่เจริญเมตตาเจโตวิมุตติ ไม่กระทำให้มากแล้ว ภิกษุรูปนั้นย่อมถูกพวกอมนุษย์กำจัดได้ง่าย ฉันนั้นเหมือนกัน. [๖๖๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สกุลเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีสตรีน้อย มีบุรุษมาก สกุลเหล่านั้นย่อมถูกพวกโจรผู้ขโมยด้วยหม้อปล้นได้ยาก แม้ ฉันใด ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งเจริญเมตตาเจโตวิมุตติ การทำให้มากแล้ว ภิกษุ รูปนั้นย่อมเป็นผู้อันอมนุษย์กำจัดได้ยาก เพราะเหตุดังนี้นั้น เธอทั้งหลาย พึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราจักเจริญเมตตาเจโตวิมุตติ กระทำให้มาก กระทำ ให้เป็นประดุจยาน กระทำให้เป็นที่ตั้งอาศัย ให้มั่นคง สั่งสมปรารภด้วยดี ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ. จบกุลสูตรที่ ๓ อรรถกถากุลสูตรที่ ๓ ในกุลสูตรที่ ๓ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า สุปฺปธํสิยานิ ได้แก่ ถูกพวกโจรเบียดเบียนได้ง่าย. บทว่า กุมฺภตฺเถนเกหิ ความว่า ชื่อว่า กุมฺภตฺเถนกา ได้แก่ เหล่าโจรผู้เข้าเรือน คนอื่น ตรวจดูด้วยแสงประทีป ประสงค์จะลักสิ่งของของคนอื่น จุด ประทีปใส่หม้อเข้าไป สิ่งของเหล่านั้นอันโจรผู้ใช้หม้อเหล่านั้นขโมยได้ง่าย. บทว่า อนนุสฺเสหิ ความว่า จริงอยู่ ปิศาจผู้เล่นฝุ่น ย่อมกำจัดผู้เว้น เมตตาภาวนา จะป่วยกล่าวไปไยถึงพวกอมนุษย์ผู้ยิ่งใหญ่เล่า. บทว่า ภาวิตา ได้แก่ ให้เจริญนั่นแล. บทว่า พหุลีกตา ได้แก่ กระทำบ่อย ๆ. บทว่า ยานีกตา ได้แก่ กระทำให้เป็นดุจยานที่เทียมแล้ว. บทว่า วตฺถุกตา ได้แก่ กระทำให้เป็นดุจพื้นที่ เพราะอรรถว่า เป็นที่ตั้งอาศัย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka