Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 743

เล่ม มมร. 26 หน้า 743 ข้อ 676
อรรถกถากลิงครสูตรที่ ๘ ในกลิงครสูตรที่ ๘ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า กลิงฺครูปธานา ได้แก่ กระทำท่อนไม้ คือท่อนไม่ตะเคียน เป็นหมอนหนุนศีรษะและหนุนเท้า. บทว่า อปฺปมตฺตา ได้แก่ ไม่ ประมาทในการเรียนศิลปะ. บทว่า อาตาปิโน ได้แก่ เริ่มประกอบความ เพียรคือความหมั่นอันเป็นเหตุทำกิเลสให้เร่าร้อน. บทว่า อุปาสนสฺมึ ได้แก่ ในการเริ่มประกอบศิลปะและในการเข้าไปนั่งใกล้อาจารย์. ได้ยินว่า ในกาลนั้น พวกเขาลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ไปโรงศิลปะ เรียนศิลปะในโรงศิลปะ นั้นแล้ว กระทำการประกอบความเพียรด้วยการเรียนและการสาธยาย เป็นต้น ล้างหน้าแล้ว ไปดื่มข้าวยาคู ดื่มข้าวยาคูแล้วไปสู่โรงศิลปะอีก กระทำการสาธยาย ไปกินอาหารเช้า กินอาหารเช้าเสร็จแล้ว คิดว่า ขอ พวกเราอย่าได้หลับนานด้วยความประมาทเลย แล้วหนุนศีรษะและเท้าที่ ท่อนไม้ตะเคียน หลับไปหน่อยหนึ่งแล้วไปโรงศิลปะอีก เรียนสาธยายศิลปะ และเวลาเย็นกระทำการสาธยายศิลปะ กลับไปเรือนบริโภคอาหารเย็น ปฐม- ยามกระทำการสาธยาย เวลาเย็นนอนหนุนท่อนไม้เหมือนอย่างนั้นนั่นแล เขาเหล่านั้น ไม่รู้ขณะ และมีปัญญาอ่อน ซึ่งท่านหมายเอากล่าวไว้ดังนี้. บทว่า โอตารํ แปลว่า ช่อง. บทว่า อารมฺมณํ ได้แก่ ปัจจัย. บทว่า ปธานสฺมึ ได้แก่ กระทำความเพียรในสถานที่สำหรับทำความเพียร. ได้ยินว่า ในครั้งปฐมโพธิกาล ภิกษุทั้งหลาย กระทำภัตกิจเสร็จ แล้วมนสิการพระกรรมฐาน เมื่อภิกษุเหล่านั้นกำลังมนสิการอยู่นั้นแล พระอาทิตย์ก็อัสดงคต. ภิกษุเหล่านั้น อาบน้ำแล้ว ลงจงกรมอีก จง-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka