Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 789

เล่ม มมร. 26 หน้า 789 ข้อ 724
พระดำริว่า เมื่อหญิงเหล่านี้เห็นสามีของตนฉันทราคะจะเกิดขึ้นทำอันตราย ต่อมรรคผล แต่ฉันทราคะนั้นจักไม่อาจทำอันตรายอย่างนี้ได้ ได้ทรง กระทำโดยวิธีพวกเขาจะเห็นกันและกันไม่ได้. หญิงเหล่านั้นทั้งหมดขึ้น จากท่า นั่งถวายบังคมพระทศพล. พระศาสดาทรงแสดงธรรมแก่หญิง เหล่านั้น. เวลาจบเทศนา หญิงทั้งหมดดำรงอยู่ในโสดาปัตติผลแล้วจึงได้ เห็นกันและกัน. พระศาสดาทรงพระดำริว่า ขออุบลวรรณาจงมา. พระอุบลวรรณาเถรีมาแล้ว ให้หญิงทั้งหมดบรรพชาแล้วพาไปสำนักนาง ภิกษุณี. พระศาสดาพาภิกษุ ๑,๐๐๐ รูปเหาะไปพระเชตวัน. ท่านหมาย เอาพระมหากัปปินะนี้ จึงได้กล่าวคำนี้ว่า มหากปฺปิโนติ เอวํนามโก อภิญฺาพลปฺปตฺโต อสีติมหาสาวกานํ อพฺภนฺตโร มหาเถโร ดังนี้. บทว่า ชเนตสฺมึ แปลว่า ในชุมชนผู้ให้กำเนิด อธิบายว่า ใน หมู่สัตว์. บทว่า เย โคตฺตปฏิสาริโน ความว่า บรรดาผู้ที่ยึดถือคือ ปฏิบัติญาณโคตรว่า พวกเราเป็นวาเสฏชโคตร ดังนี้เป็นต้น กษัตริย์ เป็นผู้ประเสริฐที่สุด. บทว่า วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน ได้แก่ผู้ประกอบด้วย วิชชา ๘ ประการ และจรณธรรม ๑๕ ประเภท. บทว่า ตปติ แปลว่า ย่อมไพโรจน์. บทว่า ฌายี ตปติ พฺราหฺมโณ ความว่า พราหมณ์ ผู้เป็นขีณาสพเพ่งฌานสองอย่างย่อมไพโรจน์ยิ่ง ก็ขณะนั้น พระกาฬุทายี- เถระนั่งเพ่งฌานสองอย่างอยู่ในที่ไม่ไกล. บทว่า พุทฺโธ ตปติ ความว่า พระสัพพัญญูพุทธเจ้าย่อมไพโรจน์. ได้ยินว่า นี้เป็นมงคลคาถาทั้งหมด. เล่ากันว่า พระเจ้าภาติกราชให้ทำการบูชาอย่างหนึ่งแล้ว ตรัสกะ ผู้เป็นอาจารย์ว่า ขอท่านจงบอกชัยมงคลอย่างหนึ่งที่ไม่พ้นจากพระรัตน- ตรัย. ผู้เป็นอาจารย์พิจารณาถึงพระพุทธพจน์คือพระไตรปิฎก เมื่อจะ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka