เพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พระอรหันต์ทั้งหลาย
เป็นผู้เลิศ เป็นผู้ประเสริฐสุดในโลก กว่าสัตว์ชั้นสัตตาวาสและภวัคคพรหม.
พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้
จบลงแล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปว่า
[๑๕๓] พระอรหันต์ทั้งหลาย มีความ
สุขหนอ เพราะท่านไม่มีตัณหา ตัดอัสมิมานะได้เด็ดขาด
ทำลายข่ายคือโมหะได้แล้ว. พระอรหันต์เหล่านั้น
ถึงซึ่งความไม่หวั่นไหว มีจิตไม่ขุ่นมัว ท่านเหล่านั้น
ไม่แปดเปื้อนแล้ว ด้วยเครื่องแปดเปื้อนคือตัณหาและ
ทิฏฐิในโลก เป็นผู้ประเสริฐ ไม่มีอาสวะ เป็นสัต-
บุรุษ เป็นพุทธชิโนรส กำหนดรู้เบญจขันธ์ มี
สัทธรรม ๗ เป็นโคจร ควรสรรเสริญ เป็นมหาวีรผู้
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ ศึกษาแล้วในไตร-
สิกขา ละความกลัวและความขลาดได้เด็ดขาด
แล้ว ย่อมท่องเที่ยวไป โดยลำดับ. ท่านมหานาคผู้
สมบูรณ์ด้วยองค์ ๑๐ ประการเหล่านี้แล มีจิตตั้งมั่น
ประเสริฐสุดในโลก. ท่านเหล่านั้นไม่มีตัณหา. อเสขญาณ
ได้เกิดขึ้นแล้วแก่ท่าน. ท่านมีร่างกายนี้เป็นครั้ง
สุดท้าย ไม่ต้องอาศัยผู้อื่น ในคุณที่เป็นแก่นสารแห่ง
พรหมจรรย์. ท่านเหล่านั้นไม่หวั่นไหว เพราะมานะ
หลุดพ้นจากภพใหม่ ถึงอรหัตตภูมิแล้ว ชนะเด็ดขาด
แล้วในโลก.ท่านเหล่านั้นไม่มีความเพลิดเพลินอยู่ใน
ส่วนเบื้องบน ท่ามกลางและเบื้องล่าง เป็นพุทธผู้ยอด
เยี่ยมในโลก บันลือสีหนาทอยู่.