Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 165

เล่ม มมร. 27 หน้า 165 ข้อ 153
เพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พระอรหันต์ทั้งหลาย เป็นผู้เลิศ เป็นผู้ประเสริฐสุดในโลก กว่าสัตว์ชั้นสัตตาวาสและภวัคคพรหม. พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้ จบลงแล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปว่า [๑๕๓] พระอรหันต์ทั้งหลาย มีความ สุขหนอ เพราะท่านไม่มีตัณหา ตัดอัสมิมานะได้เด็ดขาด ทำลายข่ายคือโมหะได้แล้ว. พระอรหันต์เหล่านั้น ถึงซึ่งความไม่หวั่นไหว มีจิตไม่ขุ่นมัว ท่านเหล่านั้น ไม่แปดเปื้อนแล้ว ด้วยเครื่องแปดเปื้อนคือตัณหาและ ทิฏฐิในโลก เป็นผู้ประเสริฐ ไม่มีอาสวะ เป็นสัต- บุรุษ เป็นพุทธชิโนรส กำหนดรู้เบญจขันธ์ มี สัทธรรม ๗ เป็นโคจร ควรสรรเสริญ เป็นมหาวีรผู้ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ ศึกษาแล้วในไตร- สิกขา ละความกลัวและความขลาดได้เด็ดขาด แล้ว ย่อมท่องเที่ยวไป โดยลำดับ. ท่านมหานาคผู้ สมบูรณ์ด้วยองค์ ๑๐ ประการเหล่านี้แล มีจิตตั้งมั่น ประเสริฐสุดในโลก. ท่านเหล่านั้นไม่มีตัณหา. อเสขญาณ ได้เกิดขึ้นแล้วแก่ท่าน. ท่านมีร่างกายนี้เป็นครั้ง สุดท้าย ไม่ต้องอาศัยผู้อื่น ในคุณที่เป็นแก่นสารแห่ง พรหมจรรย์. ท่านเหล่านั้นไม่หวั่นไหว เพราะมานะ หลุดพ้นจากภพใหม่ ถึงอรหัตตภูมิแล้ว ชนะเด็ดขาด แล้วในโลก.ท่านเหล่านั้นไม่มีความเพลิดเพลินอยู่ใน ส่วนเบื้องบน ท่ามกลางและเบื้องล่าง เป็นพุทธผู้ยอด เยี่ยมในโลก บันลือสีหนาทอยู่.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka