Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 177

เล่ม มมร. 27 หน้า 177 ข้อ 157
ถามว่า ก็สัตว์จำนวนน้อยพวกนั้น คือ พวกไหนบ้าง ? ตอบว่า สัตว์พวกนั้นคือ ราชสีห์ด้วยกัน ๑ ช้างอาชาไนย ๑ ม้าอาชาไนย ๑ โคอุสภะอาชาไนย ๑ บุรุษอาชาไนย ๑ พระขีณาสพ ๑ ถามว่า ก็เพราะเหตุไร สัตว์พวกนั้นจึงไม่กลัว ? ตอบว่า ราชสีห์ด้วยกันที่ไม่กลัวก็เพราะคิดว่า เราเสมอ เหมือนกันด้วยชาติ โคตร ตระกูล และความกล้าหาญ. ช้างอาชาไนย เป็นต้นที่ไม่กลัว ก็เพราะตนเองมีสักกายทิฏฐิรุนแรง.(ส่วน) พระขีณาสพ ไม่กลัวเพราะท่านละสักกายทิฏฐิได้แล้ว. บทว่า พิลาสยา ได้แก่ สัตว์ที่อยู่ในรู คือ อยู่รูเป็นประจำ มีงู พังพอน และเหี้ย เป็นต้น. บทว่า ทกาสยา ได้แก่สัตว์ที่อยู่ในน้ำ (สัตว์น้ำ) มีปลาและเต่าเป็นต้น. บทว่า วนาสยา ได้แก่ สัตว์ที่อยู่ในป่า (สัตว์ป่า) มีช้าง ม้า กวาง และเนื้อ เป็นต้น. บทว่า ปวิสนฺติ ความว่า เข้าไปพลางมองดูทางด้วยคิดว่า จักมาจับเอาในบัดนี้. บทว่า ทฬฺเหหิ แปลว่า มั่นคง. บทว่า วรตฺเตหิ แปลว่า เชือกหนัง. ในบทว่า มหิทฺธิโก เป็นต้น พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- พึงทราบว่า ไกรสรราชสีห์มีฤทธิ์มาก ด้วยการยืนอยู่บนพื้นดิน ที่ตนเยื้องกรายแล้วกระโจนไปข้างขวาเป็นต้นได้ประมาณอุสภะหนึ่ง กระโจนไปตรงด้านหน้าได้ประมาณ ๒๐ อุสภะหนึ่ง เป็นต้น. พึงทราบ ว่า ไกรสรราชสีห์มีศักดิ์มาก ด้วยการเป็นเจ้าแห่งมฤคที่เหลือทั้งหลาย. พึงทราบว่า ไกรสรราชสีห์มีอานุภาพมาก เพราะเหล่าสัตว์ที่เหลือได้ฟัง เสียงในที่ประมาณ ๓ โยชน์ รอบทิศแล้วจะพากันหนีไป. บทว่า เอวเมวโข มีอธิบายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึง พระองค์ว่าเป็นเหมือนอย่างนั้น ๆ ในสูตรนั้น ๆ (คือ)
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka