พิจารณาญาณคู่๑ (ยมกญาณ) คือปหานญาณ และสมุทยญาณ แห่ง
ปฏิจจสมุปบาท เมื่อทรงแทงตลอดพระสัพพัญญุตญาณแล้วทำหมื่น
โลกธาตุให้หวั่นไหว . ด้วยอานุภาพแห่งพระสัพพัญญุตญาณนั้น พึง
ทราบว่า เหมือนการที่ราชสีห์สะบัดสร้อยคอ ฉะนั้น.
การที่พระตถาคตเจ้าทรงแทงตลอดพระสัพพัญญุ ตญาณแล้ว
ประทับอยู่ที่ควงโพธิ สิ้น ๗ สัปดาห์ เสวยพระกระยาหาร คือก้อนข้าว
มธุปายาส ๔๙ ก้อน วันละก้อนหมดแล้ว (จากนั้นเสด็จประทับ)
ณ ควงไม้อชปาลนิโครธ ทรงรับคำอาราธนาของท้าวมหาพรหมที่ทูล
ขอให้ทรงแสดงธรรม แล้วประทับอยู่ ณ ควงไม้อชปาลนิโครธนั้น
(เอง) ในวันที่ ๑๑ (จากวันที่ประทับอยู่ ณ ควงไม้อชปาลนิโครธ)
ทรงดำริว่า วันพรุ่งนี้จะเป็นวันเพ็ญอาสาฬหะแล้ว เวลาเช้ามืดทรง
รำพึงว่า เราควรแสดงธรรมแก่ใครก่อน (พอ) ทรงทราบว่า อาฬารดาบส
และอุททกดาบสมรณภาพแล้ว จึงได้ตรวจดูท่านเบญจวัคคีย์เพื่อ
ต้องการจะ (เสด็จไป) แสดงธรรมโปรด พึงเห็นว่าเหมือนเวลาที่ราชสีห์
ตรวจดูทิศทั้ง ๔ ฉะนั้น.
เวลาที่พระตถาคตเจ้าทรงอุ้มบาตรและจีวรของพระองค์เสด็จ
ออกไปจากต้นอชปาลนิโครธ ภายหลังเสวยพระกระยาหารแล้วด้วย
ทรงดำริว่า จักหมุนล้อธรรมโปรดเบญจวัคคีย์ ดังนี้ แล้วเสด็จพุทธดำเนิน
เป็นระยะทาง ๑๘ โยชน์ พึงเห็นว่าเหมือนเวลาที่ราชสีห์เดินทางไป
ล่าเหยื่อเป็นระยะทาง ๓ โยชน์ ฉะนั้น.
๑. ปาฐะว่า ปฏิจฺจสมุปฺปาทปหานสมุทยยมกญาณปฏฺเน ปฏฺเนฺตสฺส ฉบับพม่าเป็น
ปฏิจฺจสมฺปฺปาทมหาสมุทฺทํ ยมกาณมนฺถเนน มนฺเถนฺตสฺส แปลว่า ทรงย่ำมหาสมุทร คือ
ปฏิจจสมุปบาท ทั้งอนุโลมและปฏิโลม โดยการย่ำด้วยญาณทั้งคู่