Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 182

เล่ม มมร. 27 หน้า 182 ข้อ 157
(๔) ทรงพระนามว่า ตถาคต เพราะหมายความว่า ตรัสรู้ ธรรมที่จริงแท้ ตามความเป็นจริง. (๕) ทรงพระนามว่า ตถาคต เพราะทรงมีปกติเห็นจริง. (๖) ทรงพระนามว่า ตถาคต เพราะทรงมีปกติตรัสจริง. (๗) ทรงพระนามว่า ตถาคต เพราะทรงมีปกติทำจริง. (๘) ทรงพระนามว่า ตถาคต เพราะหมายความว่า ครอบงำ. ความพิสดารของพระนามเหล่านั้นได้กล่าวไว้หมดแล้ว ทั้งในอรรถกถาพรหมชาลสูตร ทั้งในอรรถกถามูลปริยายสูตร. บทว่า โลเก ได้แก่ ในสัตว์โลก. บทว่า อุปฺปชฺชติ ความว่า พระตถาคตเจ้าชื่อว่า กำลังเสด็จอุบัติขึ้นอยู่ เริ่มตั้งแต่ตั้งความปรารถนา (พุทธภูมิ) จนกระทั่งถึง (ประทับนั่ง ณ) โพธิบัลลังก์ หรือ (บรรลุ) อรหัตตมรรคญาณ แต่เมื่อบรรลุอรหัตตผลแล้ว ชื่อว่าเสด็จอุบัติขึ้นแล้ว บททั้งหลายมีบทว่า อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ เป็นต้น ข้าพเจ้า (พระพุทธโฆษาจารย์) ได้อธิบายไว้แล้วอย่างพิสดารในพุทธานุสสติ- นิทเทส ในปกรณ์พิเศษชื่อว่า วิสุทธิมรรค. บทว่า อิติ รูปํ ความว่า นี้คือรูป รูปมีเท่านี้ ไม่มีรูปนอกเหนือ ไปจากนี้. ด้วยพระดำรัสเพียงเท่านี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรง แสดงถึงมหาภูตรูป ๔ และรูปที่อาศัยมหาภูตรูป ๔ (อุปาทายรูป) ทั้งหมด ทั้งโดยสภาวะ ทั้งโดยความเป็นจริง ทั้งโดยที่สุด ทั้งโดยการ กำหนด ทั้งโดยการเปลี่ยนแปลง.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka