Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 236

เล่ม มมร. 27 หน้า 236 ข้อ 184 185
ขันธ์คือรูป ๑ อุปาทานขันธ์คือเวทนา ๑ อุปาทานขันธ์คือสัญญา ๑ อุปาทานขันธ์คือสังขาร ๑ อุปาทานขันธ์คือวิญญาณ ๑ เหล่านี้ใช่ไหม พระเจ้าข้า ? พ. ดูก่อนภิกษุ อุปาทานขันธ์ ๕ ได้แก่ อุปาทานขันธ์ คือ รูป, เวทนา สัญญา, สังขาร, วิญญาณ เหล่านี้แหละภิกษุ. ว่าด้วยมูลแห่งอุปาทานขันธ์ ๕ [๑๘๔] ภิกษุนั้น ชื่นชมอนุโมทนาภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้า ว่า ดีแล้วพระเจ้าข้า แล้วได้ทูลถามปัญหาที่ยิ่งขึ้นไปว่า อุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้แล มีอะไรเป็นมูลเหตุ พระเจ้าข้า ? ภ. ดูก่อนภิกษุ อุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้แล มีฉันทะเป็น มูลเหตุ ฯลฯ ภิ. อุปาทานก็อันนั้น และอุปาทานขันธ์ ๕ ก็อันนั้น หรือว่า อุปาทานอื่นจากอุปาทานขันธ์ ๕ พระเจ้าข้า ? ภ. ดูก่อนภิกษุ อุปาทานก็อันนั้น และอุปาทานขันธ์ ๕ ก็อันนั้น หามิได้ และอุปาทานขันธ์อื่นจากอุปาทานขันธ์ ๕ ก็หามิได้ แต่ฉันทราคะ ในอุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านั้นเป็นตัวอุปาทาน. ว่าด้วยฉันทราคะในอุปาทานขันธ์ ๕ [๑๘๕] ภิกษุนั้น ชื่นชมอนุโมทนาภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้า ว่า ดีแล้วพระเจ้าข้า แล้วได้ทูลถามปัญหาที่ยิ่งขึ้นไปว่า ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ ก็ฉันทราคะในอุปาทานขันธ์ ๕ แตกต่างกันหรือ พระผู้มี- พระภาคเจ้าตรัสตอบว่า ต่างกันภิกษุ ดังนี้แล้วได้ตรัสต่อไปว่า ดูก่อน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka