Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 273

เล่ม มมร. 27 หน้า 273 ข้อ 214
บทว่า อญฺตฺริเมห๑ ความว่า ได้ยินว่า ท่านพระอนุราธะนั้น ได้มีความคิดดังนี้ว่า เดียรถีย์เหล่านี้เป็นปฏิปักษ์ขัดแย้งต่อพระศาสนา พระศาสดาจักไม่ทรงบัญญัติ๒ เหมือนอย่างที่เดียรถีย์เหล่านี้กล่าว ฉะนั้นท่านจึงกล่าวอย่างนั้น. บทว่า เอวํ วุตฺเต เต อญฺติตฺถิยา ความว่า เมื่อพระเถระ กล่าว (แบบ) ไม่ทราบลัทธิของตน และของบุคคลอื่นอย่างนี้ ปริพาชก ผู้เป็นอัญญเดียรถีย์เหล่านั้น รู้แต่เพียงลัทธิในศาสนา (ของตน) ส่วนเดียว ประสงค์จะให้โทษ (จับผิด) ในวาทะของพระเถระ จึงได้ กล่าวคำนี้ กะท่านพระอนุราธะ. บทว่า กึ ตํ มญฺสิ อนุราธ ความว่า พระศาสดา ทรงสดับถ้อยคำของพระอนุราธะนั้นแล้วทรงดำริว่า ภิกษุนี้ไม่รู้จักโทษ ในลัทธิของตน แต่เธอเป็นผู้ทำ (จริง) ได้บำเพ็ญเพียรมาแล้ว เรา ตถาคตจักให้เธอทราบอย่างนี้ด้วยการแสดงธรรม. พระศาสดาประสงค์จะทรงแสดงเทศนามีปริวัฏฏ์ ๓ จึงตรัสคำ ว่า ตํ กึ มญฺสิ อนุราธ (ดูก่อนอนุราธะ เธอสำคัญความข้อนั้นเป็น ไฉน ?) เป็นต้น. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงยกทางบำเพ็ญเพื่อ เป็นพระอรหันต์ขึ้น (แสดง) แก่พระอนุราธะนั้น ด้วยเทศนานั้นจึง ตรัสพระดำรัสมีอาทิว่า ตํ กึ มญฺสิ อนุราธ รูปํ ตถาคโต (ดูก่อน อนุราธะ เธอสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ? เธอพิจารณาเห็นรูปว่า เป็นสัตว์หรือ ?). ๑ บาลีเป็น อญฺตฺร อิเมหิ ๒. ปาฐะว่า เอวํ สตฺถา ฉบับพม่าเป็น น เอวํ สตฺถา แปลตามฉบับพม่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka