พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้ว คือ รูปูปาทานขันธ์ ฯลฯ วิญญาณูปาทานขันธ์
ผมไม่ได้พิจารณาเห็นอะไร ๆ ในอุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ ว่าเป็นอัตตา
หรือว่ามีในอัตตา และผมก็ไม่ได้เป็นพระอรหันตขีณาสพ แต่ผม
เข้าใจว่า เรามีในอุปาทานขันธ์ ๕ และผมไม่ได้พิจารณาเห็นว่าเราเป็นนี้
ถ. มาเถิด ท่านทาสกะ ท่านจงเข้าไปหาภิกษุเขมกะถึงที่อยู่
ครั้นแล้ว จงกล่าวกะภิกษุเขมกะอย่างนี้ว่า ท่านเขมกะ พระเถระ
ทั้งหลายถามท่านอย่างนี้ว่า ดูก่อนท่านเขมกะ ที่ท่านกล่าวว่า เรามี
นี้คืออย่างไร ? ท่านกล่าวรูปว่า เรามี หรือกล่าวว่า เรามีนอกจากรูป
ท่านกล่าวเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณว่า เรามี หรือกล่าวว่า
เรามีนอกจากวิญญาณ ดูก่อนท่านเขมกะ ที่ท่านกล่าวว่า เรามีนั้น คือ
อย่างไร ? ท่านพระทาสกะรับคำภิกษุผู้เถระทั้งหลายแล้ว เข้าไปหา
ท่านพระเขมกะถึงที่อยู่ ครั้นแล้วได้กล่าวกะท่านพระเขมกะว่า
ท่านเขมกะ พระเถระทั้งหลายกล่าวกะท่านอย่างนี้ว่า ดูก่อนท่านเขมกะ
ที่ท่านกล่าวว่า เรามี นั้น คืออย่างไร ? ท่านกล่าวรูปว่า เรามี หรือ
กล่าวว่า เรามีนอกจากรูป ท่านกล่าวเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
ว่า เรามี หรือกล่าวว่า เรามีนอกจากวิญญาณ ดูก่อนท่านเขมกะ
คำที่ท่านกล่าวว่า เรามีนั้น คืออย่างไร.
ข. พอทีเถิด ท่านทาสกะ การเดินไปเดินมาบ่อย ๆ อย่างนี้
จะมีประโยชน์อะไร อาวุโส จงไปหยิบเอาไม้เท้ามาเถิด ผมจักไปหา
ภิกษุผู้เถระทั้งหลายเอง.
[๒๒๙] ครั้งนั้น ท่านพระเขมกะยันไม้เท้าเข้าไปหาภิกษุผู้เถระ
ทั้งหลายถึงที่อยู่ ได้สนทนาปราศรัยกับภิกษุผู้เถระทั้งหลาย ครั้นผ่าน
การสนทนาปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง