พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า ไม่มีเลยภิกษุ รูปบางอย่าง
ที่เป็นของเที่ยง ยั่งยืน สืบต่อกันไป มีความไม่แปรปรวนเป็นธรรมดา
จักดำรงคงอยู่อย่างนั้นนั่นเอง เสมอด้วยสิ่งที่ยั่งยืนทั้งหลาย. ไม่มีเลย
ภิกษุ เวทนาบางอย่าง... สัญญาบางอย่าง... สังขารบางอย่าง...
วิญญาณบางอย่าง ที่จะเป็นของเที่ยง ยั่งยืน สืบต่อกันไป มีความ
ไม่แปรปรวนเป็นธรรมดา จักดำรงคงอยู่อย่างนั้นนั่นเอง เสมอด้วยสิ่งที่
ยั่งยืนทั้งหลาย.
[๒๕๓] ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงใช้ปลายพระนขา
ช้อนฝุ่นขึ้นนิดหน่อย แล้วได้ตรัสคำดังนี้กะภิกษุนั้นว่า :-
ดูก่อนภิกษุ ไม่มีรูปแม้ประมาณเท่านี้เลย ที่เป็นของเที่ยง ยั่งยืน
สืบต่อกันไป มีความไม่แปรปรวนเป็นธรรมดา จักดำรงคงอยู่อย่างนั้น
นั่นเอง เสมอด้วยสิ่งที่ยั่งยืนทั้งหลาย.
ดูก่อนภิกษุ ผิว่า จักได้มีรูปแม้เพียงเท่านี้ ที่เป็นของเที่ยง ยั่งยืน
สืบต่อกันไป มีความไม่แปรปรวนเป็นธรรมดาแล้วไซร้ ก็จะไม่ปรากฏ
การอยู่ประพฤติพรหมจรรย์นี้ เพื่อความสิ้นทุกข์โดยถูกต้อง. แต่เพราะ
เหตุที่ไม่มีรูป แม้มีประมาณเท่านี้แล ที่เป็นของเที่ยง ยั่งยืน สืบต่อกันไป
มีความไม่แปรปรวนเป็นธรรมดา ฉะนั้นการอยู่ประพฤติพรหมจรรย์
เพื่อความสิ้นทุกข์โดยถูกต้อง จึงปรากฏ.
ดูก่อนภิกษุ ไม่มีเวทนาแม้มีประมาณเท่านี้แล ที่เป็นของเที่ยง
ยั่งยืน สืบต่อกันไป มีความไม่แปรปรวนเป็นธรรมดา จักดำรงคงอยู่
อย่างนั้นนั่นเอง เสมอด้วยสิ่งที่ยั่งยืนทั้งหลาย.
ดูก่อนภิกษุ ผิว่า จักได้มี เวทนาแม้เพียงเท่านี้ ที่เป็นของเที่ยง
ยั่งยืน สืบต่อกันไป มีความไม่แปรปรวนเป็นธรรมดาแล้วไซร้ ก็จะ