Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 355

เล่ม มมร. 27 หน้า 355 ข้อ 262
การที่ภิกษุนี้ท่องเที่ยวไปในสำนักอุปัชฌาย์อาจารย์ในเวลา ที่มีพรรษายังไม่ครบ ๕ พึงเห็นว่า เปรียบเหมือนการที่เรือลอยวน อยู่ในทะเลหลวง. ความที่สังโยชน์ทั้งหลายของภิกษุเบาบางลง เพราะอุเทศ และ ปริปุจฉา เป็นต้น นั่นเอง๑ โดยสังเขปก็ได้แก่บรรพชา พึงเห็นว่า เปรียบ เหมือนการที่เชือกผูกเรือถูกน้ำในทะเลหลวงกัดกร่อนจนบาง. เวลาที่ภิกษุผู้เป็นนิสัยมุตตกะเรียนกรรมฐานแล้ว (ไป) อยู่ในป่า พึงเห็นว่า เปรียบเหมือนเวลาที่เรือถูกยกวางไว้บนบก. การที่เสน่หาคือตัณหาเหือดแห้งไปเพราะวิปัสสนาญาณ พึงเห็น ว่า เปรียบเหมือนเชือกผูกเรือแห้ง เพราะถูกลมและแดดในตอนกลางวัน. การที่จิตชุ่มชื่น เพราะปีติ และปราโมทย์ อันอาศัยกรรมฐาน เกิดขึ้น พึงเห็นว่า เปรียบเหมือนการที่เรือชุ่มชื้น เพราะถูกน้ำอันเกิด จากน้ำค้าง ในตอนกลางคืน. การที่ภิกษุได้ฤดูเป็นสัปปายะเป็นต้นในวันหนึ่ง ในวิปัสสนาญาณ- กรรมฐาน แล้วมีสังโยชน์เบาบางลงมากมาย เพราะปีติและปราโมทย์ อันเกิดแต่วิปัสสนาญาณ๒ พึงเห็นว่า เปรียบเหมือนเครื่องผูก (เรือ) แห้ง ใน ตอนกลางวัน เพราะถูกลมและแดด และเปียกชื้นในตอนกลางคืน เพราะน้ำเกิดจากน้ำค้าง. อรหัตตมรรคญาณ พึงเห็นว่า เปรียบเหมือนเมฆฝน. ๑. ปาฐะว่า เจว น่าจะเป็น เอว ๒. ปาฐะว่า เอกา ปีติปามุชฺเชหิ ฉบับพม่าเป็น วิปสฺสนาาณปีติปาโมชฺเชหิ แปลตามฉบับพม่า.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka