Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 392

เล่ม มมร. 27 หน้า 392 ข้อ 321
[๓๒๑] เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกษุนั้น ทูลถามคำนี้กะพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่เรียกว่า วิชชา วิชชา ดังนี้ วิชชาเป็นไฉนหนอแล และบุคคลเป็นผู้ประกอบด้วย วิชชา ด้วยเหตุเพียงเท่าไร ? พระผู้มีพระภาคเจ้าตอบว่า ดูก่อนภิกษุ อริยสาวกผู้ได้ สดับแล้วในธรรมวินัยนี้ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริง ซึ่งรูปอันมีความ เกิดขึ้นเป็นธรรมดาว่า รูปมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา ย่อมรู้ชัดตาม ความเป็นจริง ซึ่งรูปอันมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดาว่า รูปมีความเสื่อม ไปเป็นธรรมดา ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงซึ่งรูป อันมีความเกิดขึ้น และความเสื่อมไปเป็นธรรมดาว่า รูปมีความเกิดขึ้นและความเสื่อมไป เป็นธรรมดา ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงซึ่งเวทนา... ย่อมรู้ชัดตาม ความเป็นจริงซึ่งสัญญา... ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงซึ่งสังขาร... ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงซึ่งวิญญาณ อันมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา ว่า วิญญาณมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงซึ่ง วิญญาณอันมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดาว่า วิญญาณมีความเสื่อมไป เป็นธรรมดา ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงซึ่งวิญญาณ อันมีความเกิดขึ้น และความเสื่อมไปเป็นธรรมดาว่า วิญญาณมีความเกิดขึ้นและความ เสื่อมไปเป็นธรรมดา ดูก่อนภิกษุ นี้เรียกว่า วิชชา และบุคคลเป็น ผู้ประกอบไปด้วยวิชชา ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล. จบ สมุทยธรรมสูตรที่ ๑ หมายเหตุ อรรถกถาอวิชชาวรรคที่ ๓ ตั้งแต่สูตรที่ ๑ ถึงสูตรที่ ๑๐ ท่านแก้รวมกันไว้ โปรดดูตอนท้ายของวรรคนี้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka