๘. อรหันตสูตร
ว่าด้วยเหตุให้สำเร็จเป็นพระอรหันต์
[๓๗๔] กรุงสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกะท่านพระราธะ
ว่า ดูก่อนราธะ อุปาทานขันธ์ ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน ?
ได้แก่ อุปาทานขันธ์ คือ รูป ฯลฯ อุปาทานขันธ์ คือ วิญญาณ
ดูก่อนราธะ ในกาลใดแล ภิกษุรู้ชัดเหตุเกิด ความดับ คุณ โทษ และ
อุบายเป็นเครื่องสลัดออกแห่งอุปาทานขันธ์ ๕ ประการนี้ ตามความเป็น
จริงแล้ว ย่อมเป็นผู้หลุดพ้น เมื่อไม่ถือมั่น ดูก่อนราธะ ภิกษุนี้เรา
กล่าวว่าเป็นอรหันตขีณาสพอยู่จบพรหมจรรย์ ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว
ปลงภาระลงแล้ว บรรลุประโยชน์ตนโดยลำดับแล้ว ผู้หมดสิ้นกิเลส
เครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพแล้ว ผู้หลุดพ้นแล้ว เพราะรู้โดยชอบ.
จบ อรหันตสูตร
๙. ปฐมฉันทราคสูตร
ว่าด้วยการละฉันทราคะในขันธ์ ๕
[๓๗๕] กรุงสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกะท่าน
พระราธะว่า ดูก่อนราธะ ขอจงละความพอใจ ความกำหนัด ความเพลิน
ความทะยานอยากในรูปเสีย ด้วยอาการอย่างนี้ รูปนั้นจักเป็นอันเธอละ
ได้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว ทำให้เป็นเหมือนตาลยอดด้วน ทำไม่ให้มี
ไม่ให้เกิดอีกต่อไปเป็นธรรมดา เธอจงละความพอใจ ความกำหนัด
ความเพลิน ความทะยานอยาก ในเวทนา... ในสัญญา... ในสังขาร...
ในวิญญาณเสีย ด้วยอาการอย่างนี้ วิญญาณนั้นจักเป็นธรรมชาติอัน