Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 444

เล่ม มมร. 27 หน้า 444 ข้อ 388
ผู้เจริญ ที่เรียกว่า สมุทยธรรม สมุทยธรรม ดังนี้ อะไรหนอเป็น สมุทยธรรม ? พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า ดูก่อนราธะ รูปเป็นสมุทยธรรม เวทนาเป็นสมุทยธรรม สัญญาเป็นสนุทยธรรม สังขารเป็นสมุทยธรรม วิญญาณเป็นสมุทยธรรม ดูก่อนราธะ อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว เห็นอยู่ อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในรูป ฯลฯ รู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์ อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี. จบ สมุทยธรรมสูตร ๑๒. นิโรธธรรมสูตร ว่าด้วยสภาพที่รู้จักดับ [๓๘๘] กรุงสาวัตถี. ครั้งนั้นแล ท่านพระราธะนั่ง ณ ที่สมควร ส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลคำนี้กะพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ ที่เรียกว่า นิโรธธรรม นิโรธธรรม ดังนี้ อะไรหนอเป็น นิโรธธรรม ? พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า ดูก่อนราธะ รูปเป็นนิโรธธรรม เวทนาเป็นนิโรธธรรม สัญญาเป็นนิโรธธรรม สังขารเป็นนิโรธธรรม วิญญาณเป็นนิโรธธรรม ดูก่อนราธะ อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว เห็นอยู่ อย่างนี้ ฯลฯ กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี. จบ นิโรธธรรมสูตร จบ ทุติยวรรคที่ ๒
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka