Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 465

เล่ม มมร. 27 หน้า 465 ข้อ 424
ภิ. เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า. ภ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยงเป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา เพราะไม่ถือมั่นสิ่งนั้น พึงเกิดทิฏฐิขึ้นอย่างนี้ว่า เราไม่พึงมี และบริขาร ของเราไม่พึงมี เราจักไม่มี และบริขารของเราจักไม่มี ใช่ไหม ? ภิ. ไม่พึงเกิดทิฏฐิอย่างนั้นเลย พระเจ้าข้า. ภ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดแล อริยสาวกละความสงสัย ในฐานะ ๖ เหล่านี้ ชื่อว่าเป็นอันละความสงสัยแม้ในทุกข์ แม้ใน ทุกขสมุทัย แม้ในทุกขนิโรธ แม้ในทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย เมื่อนั้น อริยสาวก นี้เราเรียกว่า เป็น พระโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงที่จะตรัสรู้ในเบื้องหน้า. จบ โนจเมสิยาสูตร อรรถกถาเอตังมมสูตรที่ ๒ ถึง โนจเมสิยาสูตรที่ ๔ ในบทว่า ทิฏฺํ เป็นต้น พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- อารมณ์ที่เห็นได้ (ทิฏฺํ) ได้แก่ รูปายตนะ, อารมณ์ที่ได้ยินได้ (สุตํ) ได้แก่ สัททายตนะ, อารมณ์ที่ทราบได้ (มุตํ) ได้แก่ คันธายตนะ รสายตนะ (และ) โผฏฐัพพายตนะ. ก็คันธายตนะ รสายตนะ (และ) โผฏฐัพพายตนะ นั้นเรียกว่า อารมณ์ที่ทราบได้ (มุตํ) เพราะต้อง (ให้) มาถึง (ปสาทรูป) ก่อนจึงจะรับได้. อายตนะ ๗ ที่เหลือชื่อว่า วิญญาณ บทว่า ปตฺตํ ได้แก่ อารมณ์ที่แสวงหาหรือไม่แสวงหาก็ตาม (แต่) ประจวบเข้า.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka