บทว่า ทฺวฏฺนฺตรกปฺปา ความว่า ในกัปใหญ่กัปหนึ่ง มีกัปชื่อว่า
อันตรกัป (กัปย่อย) ๖๔ กัป.
แต่ว่า เจ้าลัทธินี้ ไม่รู้กัปอื่นอีก ๒ กัป (สังวัฏฏฐายีกัป ๑
วิวัฏฏฐายีกัป ๑) จึงกล่าวอย่างนี้.
มิจฉาทิฏฐิกบุคคลกล่าวถึง อภิชาติ (กำเนิด) ๖ เหล่านี้ คือ
กัณหาภิชาติ ๑ นีลาภิชาติ ๑ โลหิตาภิชาติ ๑ หลิททาภิชาติ ๑
สุกกาภิชาติ ๑ ปรมสุกกาภิชาติ ๑ ด้วยบทว่า ฉฬาภิชาติโย.
มิจฉาทิฏฐิกบุคคลกล่าวว่า บรรดากำเนิดทั้ง ๖ นั้น โอรัมภิก-
กำเนิด (การเกิดเป็นนายพรานแกะ) สูกริกกำเนิด (การเกิดเป็น
นายพรานสุกร) สากุณิกกำเนิด (การเกิดเป็นนายพรานนก) มาควิกกำเนิด
(การเกิดเป็นนายพรานเนื้อ) ลุทธกำเนิด (การเกิดเป็นนายพราน)
มัจฉมาฏกกำเนิด (การเกิดเป็นชาวประมง) โจรกำเนิด (การเกิดเป็น
โจร) โจรฆาฏกำเนิด (การเกิดเป็นเพชฌฆาต ฆ่าโจร) พันธนาคาริก-
กำเนิด (การเกิดเป็นเจ้าหน้าที่เรือนจำ) ก็หรือว่า การงานที่ต่ำต้อย
เหล่าอื่นอย่างใดอย่างหนึ่ง นี้ ชื่อว่า กัณหาภิชาติ (กำเนิดดำ).
กำเนิดภิกษุ มิจฉาทิฏฐิกบุคคลกล่าวว่า นีลาภิชาติ (กำเนิดเขียว)
ได้ยินว่า ภิกษุเหล่านั้น ใส่หนามลงไปในปัจจัย ๔ แล้วจึงฉัน (อาหาร)
และภิกษุทั้งหลายก็เลี้ยงชีวิตอยู่ด้วยอาศัยหนาม ก็บาลีดังว่ามานี้
เป็นบาลีของภิกษุนั้นนั่นแล.
อีกอย่างหนึ่ง เขากล่าวกันว่า นักบวชทั้งหลาย เป็นเหมือนอยู่
ในดงหนาม จึงมีชื่ออย่างนี้ (กณฺกวุตฺติกา)
เขากล่าวว่า พวกนิครนถ์ที่ใช้ผ้าผืนเดียว ชื่อว่า ลหิตาภิชาติ
(กำเนิดแดง) ว่ากันว่า นิครนถ์พวกนี้บริสุทธิ์กว่า ๒ พวกแรก.