รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ครอบงำ ไม่ครอบงำรูป เสียง กลิ่น รส
โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ ธรรมทั้งหลายที่เป็นบาป เป็นอกุศล มีความ
เศร้าหมอง ให้เกิดในภพใหม่ มีความกระวนกระวาย มีทุกข์เป็นวิบาก
เป็นที่ตั้งแห่งชาติ ชราและมรณะต่อไป ครอบงำแล้ว ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย
ภิกษุเป็นผู้มีใจชุ่มแล้วด้วยกามอย่างนี้แล.
[๓๓๑] ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย ก็ภิกษุเป็นผู้มีใจไม่ชุ่มด้วยกาม
อย่างไร. ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เห็นรูปด้วยจักษุแล้ว ย่อมไม่น้อมใจไปใน
รูปอันน่ารัก ไม่ขัดเคืองในรูปอันไม่น่ารัก เป็นผู้เข้าไปตั้งกายคตาสติไว้
มีใจหาประมาณมิได้อยู่ และย่อมรู้ชัดซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันเป็นที่
ดับไปไม่เหลือแห่งอกุลธรรมอันลามก ที่บังเกิดขึ้นแล้วแก่เธอ ตามความ
เป็นจริง ฯลฯ ลิ้มรสด้วยลิ้น ฯลฯ รู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว ย่อมไม่
น้อมใจไปในธรรมารมณ์อันน่ารัก ไม่ขัดเคืองในธรรมารมณ์อันไม่น่ารัก
เป็นผู้เข้าไปตั้งกายคตาสติไว้แล้ว มีใจหาประมาณมิได้อยู่ และย่อมรู้ชัด
ซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติอันเป็นที่ดับไปไม่เหลือแห่งอกุศลธรรมอันลามก
ที่บังเกิดขึ้นแล้วแก่เธอ ตามความเป็นจริง ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย ภิกษุนี้
เรียกว่าเป็นผู้มีใจไม่ชุ่มแล้วในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์
อันจะพึงรู้แจ้งด้วยตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย
ถ้าแม้มารเข้าไปหาภิกษุนั้นผู้มีปกติอยู่อย่างนั้นทางจักษุ มารย่อมไม่ได้ช่อง
ไม่ได้เหตุ ฯลฯ ถ้าแม้มารเข้าไปหาภิกษุนั้นทางใจ มารย่อมไม่ได้ช่องไม่
ได้เหตุ ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย ถ้าแม้บุรุษมีคบหญ้าลุกโชนพึงเข้าไปใกล้
กุฏาคารศาลาในทิศบูรพา ไฟไม่พึงได้ช่องไม่พึงได้เหตุ เพราะการขยำดิน