ครานั้น พระราชาจึงสั่งบังคับนายทหารผู้สมบูรณ์ด้วยพลังคนหนึ่ง
ว่า เจ้าจงไปกับอำมาตย์นี้ ถ้าพระกุมารนั้นไม่ยอมอยู่ในโอวาท ก็จงตัด
ศีรษะเขาเสีย.
ด้วยพระบรมราชโองการนี้ ราชทูตด่วนทั้งคู่ คือ อำมาตย์และ๑
นายทหารผู้นั้น ก็พากันไปในเมืองนั้น แล้วถามนายทวารบาลว่า พ่อมหา
จำเริญ พระกุมารผู้ว่าการพระนครอยู่ที่ไหน. นายทวารบาลตอบว่า
( ขณะนี้ ) พระองค์อันเหล่านักเลงห้อมล้อม ประทับนั่งเสวยน้ำจัณฑ์
ทรงเกษมสำราญอยู่กับการขับร้องเป็นต้น อยู่ที่ทางสามแยกกลางนคร.
ทันใดนั้น ราชทูตทั้งคู่นั้น จึงเข้าไปเฝ้าแล้วทูลว่า มีพระบรม-
ราชโองการให้อมาตย์ยังเป็นใหญ่ ( รักษาการ ) ในเมืองนี้ไปก่อน ขอ-
พระองค์จงรับสั่งให้เขารับผิดชอบตำแหน่งวินิจฉัยเป็นต้น แล้วจงปกครอง
บ้านเมืองให้ดี.
พระกุมารประทับนั่ง เป็นเหมือนไม่ทรงได้ยิน. เมื่อเหตุการณ์
เป็นเช่นนี้ ทูตฝ่ายทหาร ก็จับพระเศียรของพระกุมารนั้น แล้วชัก-
พระขรรค์ออกพร้อมทั้งทูลว่า ถ้าพระองค์จะทำตามพระราชอาญาก็จงทำ
เสียเถิด หากไม่ทำ หม่อมฉันจักบั่นพระเศียร ( ของพระองค์) ให้หลุด
หล่นลงเสียในที่นี้แหละ. เหล่านักเลงผู้คอยบำรุงบำเรอก็หนีกระจัดกระจาย
ไปคนละทิศละทางในทันใดนั้นเอง. พระกุมารตกพระทัยกลัว ยอมรับ
พระราชสาสน์.
๑. ปาฐะว่า โยโธ วา ฉบับพม่าเป็นโยโธ จ (แปลตามฉบับพม่า)