อุจเฉททิฏฐิ ท่านกล่าวด้วยบทว่า อสญฺี ภวิสฺสํ ( เราจักไม่มีสัญญา )
ความสำคัญ. ด้วยทิฏฐิ ท่านกล่าวด้วย บทว่า เนวสญฺินาสญฺี ภวิสฺสํ
(เราจักมีสัญญาก็หามิได้ ไม่มีสัญญาก็หามิได้ ) ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความ
สำคัญเป็นโรค เป็นดังหัวผี เป็นดังลูกศร เพราะเหล่านั้นแล เธอทั้งหลาย
ได้ศึกษาว่า เราจักมีใจไม่สำคัญอยู่ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย
พึงศึกษาอย่างนี้แล.
[๓๕๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความหวั่นไหวด้วยตัณหา ท่าน
กล่าวด้วยบทว่า อสฺมิ ( เราเป็น ) ความหวั่นไหวด้วยทิฏฐิ ท่านกล่าว
ด้วยบทว่า อยมหมสฺมิ ( เราเป็นนี้ ) ความหวั่นไหวด้วยสัสสตทิฏฐิ
ท่านกล่าวด้วยบทว่า ภวิสฺสํ ( เราจักเป็น ) ความหวั่นไหวด้วยอุจเฉททิฏฐิ
ท่านกล่าวด้วยบทว่า น ภวิสฺสํ ( เราจักไม่เป็น ) ความหวั่นไหวด้วย
สัสสตทิฏฐิ ท่านกล่าวด้วยบทว่า รูปิ ภวิสฺสํ ( เราจักมีรูป ) ความ
หวั่นไหวด้วยอุจเฉททิฏฐิ ท่านกล่าวด้วยบทว่า อรูปี ภวิสฺสํ ( เราจักไม่มี
รูป) ความหวั่นไหวด้วยสัสสตทิฏฐิ ท่านกล่าวด้วยบทว่า สญฺี ภวิสฺสํ
( เราจักมีสัญญา ) ความหวั่นไหวด้วยอุจเฉททิฏฐิ ท่านกล่าวด้วยบทว่า
อสญฺี ภวิสฺสํ (เราจักไม่มีสัญญา ) ความหวั่นไหวด้วยทิฏฐิ ท่านกล่าว
ด้วยพูดว่า เนวสัญญินาสัญญี ภวิสฺสํ ( เราจักมีสัญญาก็หามิได้ ไม่มี
สัญญาก็หามิได้ ) ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความหวั่นไหวเป็นโรค เป็นดังหัวฝี
เป็นดังลูกศร เพราะเหตุนั้นแล เธอทั้งหลายพึงศึกษาว่า เราจักมีใจไม่ถูก
กิเลสให้หวั่นไหวอยู่ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แล.