Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 29 หน้าที่ 9

เล่ม มมร. 29 หน้า 9 ข้อ 367 368
๕. ทัฏฐัพพสูตร ว่าด้วยพึงเห็นเวทนา ๓ โดยความเป็นทุกข์เป็นต้น [๓๖๗ ] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เวทนา ๓ เหล่านี้ เวทนา ๓ เป็น ไฉนคือ สุขเวทนา ทุกขเวทนา อทุกขมสุขเวทนา ภิกษุทั้งหลาย พึง เห็นสุขเวทนา โดยความเป็นทุกข์ พึงเห็นทุกขเวทนาโดยความเป็นลูกศร พึงเห็นอทุกขมสุขเวทนาโดยความเป็นของไม่เที่ยง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะ เหตุที่ภิกษุเห็นสุขเวทนาโดยความเป็นทุกข์ เห็นทุกขเวทนาโดย ความเป็นลูกศร เห็นอทุกขมสุขเวทนาโดยความเป็นของไม่เที่ยง ภิกษุนี้เรา กล่าวว่า มีความเห็นโดยชอบ ตัดตัณหาได้เด็ดขาด เพิกถอนสังโยชน์ ได้แล้ว ได้กระทำที่สุดแห่งทุกข์แล้ว เพราะละมานะได้ โดยชอบ. [๓๖๘] ถ้าภิกษุใดเห็นสุขโดยความเป็นทุกข์ เห็น ทุกข์โดยความเป็นลูกศร เห็นอทุกขมสุขซึ่งมี อยู่นั้นโดยความเป็นของไม่เที่ยง ภิกษุนั้นเป็นผู้ เห็นโดยชอบ ย่อมกำหนดรู้เวทนาทั้งหลายได้ ครั้นกำหนดรู้เวทนาแล้ว เป็นผู้หาอาสวะมีได้ใน ปัจจุบัน คงอยู่ในธรรม ถึงที่สุดเวทนา เมื่อตาย ไปย่อมไม่นับว่าเป็นผู้กำหนัด ขัดเคือง เป็นผู้ งมงาย. จบ ทัฏฐัพพสูตรที่ ๕
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka