สุขอื่นอันน่าใคร่ยิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนั่น ก็ข้อที่ปริพาชกอัญญเดียรถีย์
พึงกล่าวอย่างนี้ว่า พระสมณโคดมกล่าวสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ และ
ย่อมบัญญัตินิโรธนั้นไว้ในความสุข ข้อนี้นั้นเพราะเหตุไร ข้อนี้นั้นเป็น
อย่างไร. นั้นเป็นฐานะที่จะมีได ้ พวกปริพาชกอัญญเดียรถีย์มีวาทะอย่างนี้
พวกเธอพึงค้านอย่างนี้ว่า ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ได้
ทรงหมายเอาสุขเวทนาบัญญัตินิโรธนั้นไว้ในความสุขเลย บุคคลย่อมได้สุข
ในฐานะใด ๆ พระตถาคตย่อมทรงบัญญัติฐานะนั้น ๆ อันเป็นสุขไว้ใน
ความสุขทุกแห่ง.
จบ ปัญจกังคสูตรที่ ๙
อรรถกถาปัญจกังคสูตรที่ ๙
พึงทราบวินิจฉัยในปัญจกังสูตรที่ ๙ ดังต่อไปนี้.
บทว่า ปญฺจกงฺโค ในบทว่า ปญฺจกงฺโค ปติ เป็นชื่อของช่างไม้นั้น
อนึ่ง ช่างไม้นั้น ปรากฏชื่อว่าปัญจังคะ เพราะประกอบด้วยองค์ ๕ กล่าวคือ
มีด ขวาน สิ่ว ไม้ ค้อน กระปุกด้ายเส้นบรรทัด. บทว่า ปติ คือช่างไม้ ผู้เป็น
หัวหน้า บทว่า อุทายิ คือพระอุทายีเถระผู้บัณฑิต. บทว่า ปริยายํ คือเหตุ.
บทว่า เทฺววานนฺท คือ ดูก่อนอานนท์ เวทนา ๒ ก็มี. บทว่า ปริยาเยน คือ
โดยเหตุ. ส่วนในที่นี้ พึงทราบเวทนา ๒ ด้วยสามารถทางกายและทางจิต.
แม้ เวทนา ๓ ด้วยสามารถสุขเป็นต้น. เวทนา ๕ มีสุขินทรีย์เป็นต้น ด้วย
สามารถอินทรีย์. เวทนา ๖ มีจักขุสัมผัสสชาเป็นต้นด้วยสามารถทวาร.