ในหมวด ๖ เวทนาในทวาร ๕ จัดเป็นกามาวจร. เวทนาใน
มโนทวาร เป็นไปในภูมิ ๔ ในหมวด ๑๘ ในอารมณ์อันน่าปรารถนา ๖
ชื่อว่า โสมนัสสุปวิจาร เพราะอรรถว่าย่อมเข้าไปไตร่ตรองกันด้วยโสมนัส.
แม้ในสองบทที่เหลือ ก็มีนัยนี้เหมือนกัน. เทศนานี้มาแล้วด้วยสามารถ
แห่งวิจารด้วยประการดังนี้. แต่พึงทราบเวทนา ๑๘ ในที่นี้ ด้วยสามารถ
แห่งโสมนัสเป็นต้น อันสัมปยุตด้วยวิจารนั้น.
พึงทราบในบทเป็นอาทิว่า ฉ เคหสิตานิ โสมนสฺสานิ ความว่า
โสมนัสอาศัยกามคุณ อันท่านกล่าวแล้วในทวาร ๖ อย่างนี้ว่า เมื่อระลึก
ถึงการได้ โดยการได้แห่งรูปอันพึงรู้ด้วยจักษุ อันน่าปรารถนา น่าใคร่
น่าพอใจ น่ารื่นรมย์แห่งใจ อันประกอบด้วยโลกามิส หรือเมื่อระลึกถึง
สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ดับไปแล้ว เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ซึ่งตนเคยได้แล้วในอดีต
โสมนัส ก็ย่อมเกิดขึ้น. โสมนัสเห็นปานนี้ ท่านเรียกว่า เคหสิตโสมนัส
โสมนัสอาศัยเรือน ชื่อว่าโสมนัสอาศัยเรือน ๖.
เมื่อสามารถเพื่อให้ขวนขวายเริ่มวิปัสสนาด้วยสามารถความไม่เที่ยง
เป็นต้น เกิดโสมนัสว่า วิปัสสนา อันเราขวนขวายแล้วดังนี้ โสมนัส
เกิดขึ้นแล้ว เมื่ออารมณ์ อันน่าปรารถนาไปปรากฏในทวาร ๖ อย่างนี้ว่า
ก็แล เมื่อรู้แจ้งว่ารูปทั้งหลายไม่เที่ยง ก็พิจารณาเห็นอยู่ซึ่งความแปรปรวน
คลายกำหนัดและดับเสียได้ ด้วยปัญญาอันเห็นชอบตามเป็นจริงนั้น อย่างนี้
ว่า รูปทั้งหลายในอดีตก็ดี ในปัจจุบันก็ดี รูปเหล่านั้นทั้งปวง ก็ไม่เที่ยง
เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดาดังนี้ โสมนัสก็ย่อมเกิดขึ้น.
โสมนัสเห็นปานนี้. ท่านเรียกว่า เนกขัมมสิตโสมนัส โสมนัสอาศัย
การออกจากกาม ชื่อว่า โสมนัสอาศัยการออกจากกาม ๖.