คือโภคะ และกำลังคือญาติ แต่ไม่ประกอบด้วยกำลังคือบุตร อย่างนี้ชื่อว่า
ยังไม่บริบูรณ์ด้วยองค์นั้น แต่เมื่อมาตุคามประกอบด้วยกำลังคือรูป กำลัง
คือโภคะ กำลังคือญาติ และกำลังคือบุตร อย่างนี้ชื่อว่าบริบูรณ์ด้วยองค์นั้น
ก็มาตุคามผู้ประกอบด้วยกำลังคือรูป กำลังคือโภคะ กำลังคือญาติ และ
กำลังคือบุตร แต่ไม่ประกอบด้วยกำลังคือศีล อย่างนี้ชื่อว่ายังไม่บริบูรณ์
ด้วยองค์นั้น แต่เมื่อมาตุตามประกอบด้วยกำลังคือรูป กำลังคือโภคะ กำลัง
คือญาติ กำลังคือบุตร และกำลังคือศีล อย่างนี้ชื่อว่าบริบูรณ์ด้วยองค์นั้น
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กำลังของมาตุคาม ๕ ประการนี้แล.
จบ อังคสูตรที่ ๔
๕. นาสยิตถสูตร
ว่าด้วยมาตุคามผู้ไม่ประกอบด้วยกำลัง ๕ ถูกพวกญาติให้พินาศ
[๔๘๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กำลังของมาตุคาม ๕ ประการนี้
๕ ประการเป็นไฉน. กำลังคือรูป ๑ กำลังคือโภคะ ๑ กำลังคือญาติ ๑ กำลัง
คือบุตร ๑ กำลังคือศีล ๑
[๔๙๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็มาตุคามผู้ประกอบด้วยกำลังคือ
รูป แต่ไม่ประกอบด้วยกำลังคือศีล พวกญาติย่อมยังมาตุคามนั้นให้พินาศ
คือไม่ให้อยู่ในสกุล มาตุคามผู้ประกอบด้วยกำลังคือรูปและกำลังคือโภคะ
แต่ไม่ประกอบด้วยกำลังคือศีล พวกญาติย่อมยังมาตุคามนั้นให้พินาศ คือ
ให้อยู่ในสกุล มาตุคามผู้ประกอบด้วยกำลังคือรูป กำลังคือโภคะ และ
กำลังคือญาติ แต่ไม่ประกอบด้วยกำลังคือศีล พวกญาติย่อมยังมาตุคามนั้น
ให้พินาศ คือไม่ให้อยู่ในสกุล มาตุคามผู้ประกอบด้วยกำลังคือรูป กำลังคือ
โภคะ กำลังคือญาติ และกำลังคือบุตร แต่ไม่ประกอบด้วยกำลังคือศีล