Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 29 หน้าที่ 110

เล่ม มมร. 29 หน้า 110 ข้อ 517
ทุติยฌาน จงกระทำจิตให้เป็นธรรมเอกผุดขึ้นในทุติยฌาน จงตั้งจิตไว้ใน มั่นในทุติยฌาน สมัยต่อมา เราเข้าทุติยฌานอันมีความผ่องใสแห่งจิตใน ภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตกวิจาร เพราะวิตกวิจารสงบไป มี ปีติและสุขเกิดแต่สมาธิอยู่ ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย ก็บุคคลเมื่อจะพูดให้ถูก พึงพูดคำใดว่า สาวกอันพระศาสดาทรงอนุเคราะห์แล้ว ถึงความเป็นผู้รู้ ยิ่งใหญ่ บุคคลเมื่อจะพูดให้ถูก พึงพูดคำนั้นกะเราว่า สาวกอันพระศาสดา ทรงอนุเคราะห์แล้ว ถึงความเป็นผู้รู้ยิ่งใหญ่ จบ อวิตักกปัญหาสูตรที่ ๒ อรรถกถาอวิตักกปัญหาสูตรที่ ๒ แม้ในทุติยฌานเป็นต้น ก็พึงทราบความโดยนัยนี้แล. ก็ในข้อ ฌานอันประกอบด้วยอารมณ์เท่านั้น ท่านกล่าวว่า สหคตํ ดังนี้. จบ อรรถกถาอวิตักกปัญหาสูตรที่ ๒ ๓. สุขปัญหาสูตร๑ ว่าด้วยปัญหาเรื่องรูปฌานที่ ๓ [ ๕๑๗ ] ที่เรียกว่า ตติยฌาน ๆ ดังนี้ ตติยฌานเป็นไฉนหนอ. เราได้มีความคิดอย่างนี้ว่าภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ มีอุเบกขา มีสติ มี สัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกาย เพราะปีติสิ้นไป เข้าตติยฌานที่พระ- อริยเจ้าทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติอยู่เป็นสุข นี้เรียกว่าตติยฌาน เราก็มีอุเบกขา มีสติ มีสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วย ๑. สูตรที่ ๓ - ๘ ไม้มีอรรถกถาแก้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka