Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 29 หน้าที่ 113

เล่ม มมร. 29 หน้า 113 ข้อ 520
ซึ่งนานัตตสัญญาโดยประการทั้งปวง เมื่อเราอยู่ด้วยวิหารธรรมนี้ สัญญา มนสิการอันประกอบด้วยรูปสัญญาย่อมฟุ้งซ่าน ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าเสด็จเข้าไปหาเราด้วยพระฤทธิ์ แล้วได้ตรัสว่า โมคคัลลานะ ๆ เธอ อย่าประมาทอากาสานัญจายตนฌาน จงดำรงจิตไว้ในอากาสานัญจายตน. ฌาน จงกระทำจิตให้เป็นธรรมเอกผุดขึ้นในอากาสานัญจายตนฌาน จง ตั้งจิตไว้ให้มั่นในอากาสานัญจายตนฌาน สมัยต่อมา เราเข้าอากาสานัญ- จายตนฌานด้วยคำนึงว่าอากาศหาที่สุดมิได้ เพราะล่วงรูปสัญญาเสียได้ เพราะดับปฏิฆสัญญาเสียได้ เพราะไม่กระทำไว้ในใจซึ่งนานัตตสัญญาโดย ประการทั้งปวง ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย ก็บุคคลเมื่อจะพูดให้ถูก พึงพูด คำใดว่า สาวกอันพระศาสดาทรงอนุเคราะห์แล้วถึงความเป็นผู้รู้ยิ่งใหญ่ บุคคลเมื่อจะพูดให้ถูก พึงพูดคำนั้นกะเราว่า สาวกอันพระศาสดาทรง อนุเคราะห์แล้ว ถึงความเป็นผู้รู้ยิ่งใหญ่. จบ อากาสานัญจายตนฌานปัญหาสูตรที่ ๕ ๖. วิญญาณัญจายตนปัญหาสูตร ว่าด้วยปัญหาเรื่องอรูปฌานที่ ๒ [๕๒๐] ที่เรียกว่า วิญญาณัญจายตนฌานๆ ดังนี้ วิญญาณัญ- จายตนฌานเป็นไฉนหนอ. เราได้มีความคิดอย่างนี้ว่า ภิกษุในพระธรรม วินัยนี้ เข้าวิญญานัญจายตนฌานด้วยคำนึงว่า วิญญาณหาที่สุดมิได้ เพราะล่วงอากาสานัญจายตนฌานเสียได้โดยประการทั้งปวง นี้เรียกว่า วิญญาณัญจายตนฌาน เราก็เข้าวิญญาณัญจายตนฌานด้วยคำนึงว่า วิญญาณที่สุดมิได้ เพราะล่วงอากาสานัญจายตนฌานเสียได้โดยประการ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka