Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 29 หน้าที่ 154

เล่ม มมร. 29 หน้า 154 ข้อ 570
บทว่า วจีสงฺขาโร ปมํ นิรุชฺณติ ความว่า วจีสังขาร ย่อมดับในทุติยฌาน ก่อนกว่าสังขารที่เหลือ. บทว่า ตโต กายสงฺขาโร คือต่อจากนั้น กายสังขารจึงดับในจตุตถฌาน. บทว่า ตโต ปรํ จิตฺตสงฺขาโร คือ ต่อจากนั้น จิตตสังขาร จึงดับในภายในนิโรธสมาบัติ. บทว่า อายุ คือรูปชีวิตินทรีย์. บทว่า วิปริภินฺนานิ คือ ถูกกำจัด พินาศไปแล้ว. บรรดาบทเหล่านั้น อาจารย์บางพวก ย่อมกล่าวว่า เมื่อเข้า นิโรธแล้ว จิตย่อมไม่ดับ เพราะบาลีว่า จิตตสังขารดับ เพราะฉะนั้น ก็สมาบัตินี้ ก็ยังมีจิตอยู่. อาจารย์บางพวกเหล่านั้น พึงถูกท้วงว่า วาจา ก็ไม่ดับ เพราะบาลีว่า วจีสังขารของเขาต่างหากดับ เพราะฉะนั้น ผู้เข้า นิโรธแล้ว พึงนั่งกล่าวธรรมอยู่ก็มี พึงนั่งสาธยายอยู่ก็มี. จิตก็ไม่ดับ เพราะบาลีว่า คนนี้ตายแล้ว ทำกาละแล้ว จิตตสังขารของเขาต่างหากดับ เพราะฉะนั้น เมื่อเผามารดาบิดาก็ดี พระอรหันต์ก็ดี ที่ตายแล้ว จึงเป็น อนันตริยกรรม ไม่พึงยึดพยัญชนะจนเกินไป ดำรงอยู่ในข้อแนะนำของ อาจารย์ทั้งหลาย พิจารณาถึงเนื้อความด้วยประการฉะนี้. ด้วยว่า เนื้อความ เป็นที่พึ่งได้ พยัญชนะไม่ได้. บทว่า อินฺทฺริยานิ วิปฺปสนฺนานิ ความว่า ก็เมื่อความประพฤติ สำเร็จด้วยกิริยาเป็นไปอยู่ อารมณ์ทั้งหลาย ในภายนอก กระทบอยู่ที่ ประสาททั้งหลาย อินทรีย์ทั้งหลาย ย่อมเหน็ดเหนื่อย. อินทรีย์ทั้งหลาย อันถูกกระทบแล้ว ย่อมเป็นเหมือนเปื้อน, เหมือนกระจก อันเขาตั้งไว้ ในทางใหญ่ ๔ แพร่ง ย่อมเปื้อนด้วยธุลีเกิดแต่ลมเป็นต้นฉะนั้น. เปรียบ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka