อยู่ ทิศที่ ๒ ทิศที่ ๓ ทิศที่ ๔ ก็เหมือนกัน โดยนัยนี้ ทั้งเบื้องบน
เบื้องล่าง เบื้องขวาง แผ่ไปตลอดโลก ทำสัตว์ทุกเหล่า ในที่ทุกสถาน
ด้วย ใจอันประกอบด้วยอุเบกขาอันไพบูลย์ ถึงความเป็นใหญ่ หาประมาณ
มิได้ ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนอยู่ ข้าแต่ท่านผู้เจริญ นี้เรียกว่า
อัปปมาณาเจโตวิมุตติ.
[๕๗๓] ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็อากิญจัญญาเจโตวิมุตติ เป็นไฉน.
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ก้าวล่วงวิญญาณัญจายตนฌาน
โดยประการทั้งปวงแล้ว เข้าอากิญจัญญายตนฌานด้วยมนสิการว่า อะไรๆ
หน่อยหนึ่งไม่มี ดังนี้ อยู่ นี้เรียกว่า อากิญจัญญาเจโตวิมุตติ.
[๕๗๔] ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็สุญญตาเจโตวิมุตติเป็นไฉน. ข้าแต่
ท่านผู้เจริญ ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ อยู่ในป่าก็ดีาม อยู่โคนต้นไม้ก็ตาม
อยู่ในเรือนว่างเปล่าก็ตาม ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ ว่า นี้ว่างเปล่าจากตน
หรือจากสิ่งที่เนื่องในตน เรียกว่า สุญญตาเจโตวิมุตติ.
[๕๗๕] ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็อนิมิตตาเจโตวิมุตติเป็นไฉน. ข้าแต่
ท่านผู้เจริญ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเข้าถึงอนิมิตตาเจโตวิมุตติเพราะไม่
มนสิการถึงนิมิตทั้งปวงอยู่ นี้เรียกว่า อนิมิตตาเจโตวิมุตติ ข้าแต่ท่าน
ผู้เจริญ นี้คือปริยายที่เป็นเหตุให้ธรรมเหล่านี้อาศัยแล้ว มีอรรถต่างกัน
และมีพยัญชนะต่างกัน.