Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 29 หน้าที่ 199

เล่ม มมร. 29 หน้า 199 ข้อ 609 610
พวกสาวกอย่างไร อสิพันธกบุตรทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ นิครณฐ- นาฏบุตรแสดงธรรมแก่พวกสาวกอย่างนี้ว่า ผู้ที่ฆ่าสัตว์ต้องไปอบายตกนรก ทั้งหมด ผู้ที่ลักทรัพย์ต้องไปอบายตกนรกทั้งหมด ผู้ที่ประพฤติผิดในกาม ต้องไปอบายตกนรกทั้งหมด ผู้ที่พูดเท็จต้องไปอบายตกนรกทั้งหมด กรรม ใด ๆ มาก กรรมนั้น ๆ ย่อมนำบุคคลไปนิครณฐนาฏบุตรย่อมแสดงธรรม แก่พวกสาวกอย่างนี้แล พระเจ้าข้า. [๖๐๙] พ. ดูก่อนนายคามณี ก็นิครณฐนาฏบุตรแสดงธรรม แก่พวกสาวกว่า กรรมใด ๆ มาก กรรมนั้น ๆ ย่อมนำบุคคลไป เมื่อเป็น เช่นนั้น ใคร ๆ จักไม่ไปอบาย ตกนรก ตามคำของนิครณฐนาฏบุตร ดูก่อนนายคามณี ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน บุรุษฆ่าสัตว์รวมทั้ง สมัยและไม่ใช่สมัย ทั้งกลางคืนและกลางวัน สมัยที่เขาฆ่าสัตว์ หรือสมัย ที่เขาไม่ฆ่าสัตว์ สมัยไหนมากกว่ากัน. คา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บุรุษฆ่าสัตว์รวมทั้งสมัย และมิใช่สมัย ทั้งกลางคืนและกลางวัน สมัยที่เขาฆ่าสัตว์น้อยกว่า สมัยที่เขาไม่ได้ฆ่าสัตว์ มากกว่าพระเจ้าข้า. พ. ดูก่อนนายคามณี ก็นิครณฐนาฏบุตรแสดงธรรมแก่พวกสาวก ว่า กรรมใด ๆ มาก กรรมนั้น ๆ ย่อมนำบุคคลนั้นไป เมื่อเป็นเช่นนั้น ใคร ๆ จักไม่ไปอบาย ตกนรก ตามคำของนิครณฐนาฏบุตร. [๖๑๐] ดูก่อนนายคามณี ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน บุรุษลักทรัพย์รวมทั้งสมัยและมิใช่สมัย ทั้งกลางวันและกลางคืน สมัยที่ เขาลักทรัพย์ หรือสมัยที่เขาไม่ได้ลักทรัพย์ สมัยไหนมากกว่ากัน.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka