Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 29 หน้าที่ 277

เล่ม มมร. 29 หน้า 277 ข้อ 751
อารมณ์ ๓๘ ด้วยอารัมมณูปนิชฌาน และเพ่งขันธ์และอายตนะเป็นต้น ด้วยลักขณูปนิชฌาน โดยเป็นอนิจจลักษณะเป็นต้น ท่านอธิบายว่า จงเจริญทั้งสมถะและวิปัสสนา. บทว่า มา ปมาทตฺถ แปลว่า อย่า ประมาท. บทว่า มา ปจฺฉา วิปฺปฏิสาริโน อหุวตฺถ แปลว่า ชน เหล่าใดเมื่อก่อน เวลาเป็นหนุ่มไม่มีโรคสมบูรณ์ด้วยความสบาย ๗ อย่าง เป็นต้น ทั้งศาสดาก็อยู่พร้อมหน้า ละเว้นโยนิโสมนสิการเสีย เสวยสุข ในการหลับนอน ทำตัวเป็นอาหารของเรือดทั้งคืนทั้งวัน ประมาทอยู่ ชน เหล่านั้น ภายหลัง เวลาชรา มีโรค ตาย วิบัติ ทั้งศาสดาก็ปรินิพพาน แล้ว นี้ก็ถึงการอยู่อย่างประมาทก่อน ๆ นั้น และพิจารณาเห็นความตายที่มี ปฏิสนธิว่าเป็นเรื่องหนัก ย่อมเดือดร้อน แต่เธอทั้งหลายอย่าได้เป็นเช่นนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อทรงแสดงดังนี้ จึงตรัสว่า มา ปจฺฉา วิปฺปฏิสาริโน อหุวตฺก ดังนี้. บทว่า อยํ โว อมฺหากํ อนุสาสนี มีอธิบายว่า นี้เป็นอนุศาสนีคือโอวาทแต่สำนักของเราเพื่อเธอทั้งหลายว่า ฌายถ มา ปมาทตฺถ จงเพ่ง อย่าประมาท ดังนี้. บทที่ควรจะกล่าว ในบทว่า กาเย กายานุปสฺสี ดังนี้ เป็นต้นนั้น ข้าพเจ้าจักกล่าวข้างหน้า. ในบทว่า อนฺตํ เป็นต้น มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ ชื่อว่า อันตะ เพราะไม่มีความยินดีด้วยอำนาจตัณหา ชื่อว่า อนาสวะ เพราะไม่มีอาสวะ ๔ ชื่อว่า สัจจะ เพราะเป็นปรมัตถสัจจะ ชื่อว่า ปาระ เพราะอรรถว่าเป็นส่วนนอกจากวัฏฏะ คือฝั่งโน้นหมายถึงวิวัฏฏะ ชื่อว่า นิปุณะ เพราะอรรถว่าละเอียด ชื่อว่า สุทุททสะ เพราะเป็นธรรม ที่เห็นได้แสนยาก ชื่อว่า อชัชชระ เพราะไม่คร่ำคร่าด้วยชรา ชื่อว่า ธุวะ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka