Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 29 หน้าที่ 306

เล่ม มมร. 29 หน้า 306 ข้อ 787 788
เกิดอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ก็ดี ย่อมเกิดมีแก่บุคคลผู้มีตัณหา เป็นที่มายินดี ผู้ยินดีแล้วในตัณหา ผู้หมกมุ่นแล้วในตัณหา ผู้ไม่รู้ไม่เห็น ความดับแห่งตัณหาตามความเป็นจริง. [๗๘๗] ดูก่อนท่านผู้มีอายุ ความเห็นว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็ดี ฯลฯ สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หา มิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ก็ดี ย่อมไม่เกิดมีแก่บุคคลผู้ไม่มีตัณหาเป็นที่มา ยินดี ผู้ไม่ยินดีแล้วในตัณหา ผู้ไม่หมกมุ่นแล้วในตัณหา ผู้รู้ผู้เห็น ความดับแห่งตัณหาตามความเป็นจริง ดูก่อนเท่านี้ผู้มีอายุ ข้อนี้แลเป็น ปริยายให้พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงพยากรณ์ปัญหาข้อนี้. ส. ดูก่อนท่าน ก็ปริยายแม้อื่นซึ่งเป็นเหตุให้พระผู้มีพระภาคเจ้า ไม่ทรงพยากรณ์ปัญหาข้อนี้ พึงมีหรือ. ม. ดูก่อนท่าน บัดนี้ ท่านยังปรารถนาอะไรในปัญหาข้อนี้ยิ่งขึ้น ไปกว่านี้อีก ดูก่อนท่านสารีบุตร วัตรเพื่อบัญญัติย่อมไม่มีแก่ภิกษุผู้พ้น วิเศษแล้วเพราะความสิ้นไปแห่งตัณหา. จบ จตุตถสารีปุตตโกฏฐิตสูตรที่ ๖ ๗. โมคคัลลานสูตร ว่าด้วยวัจฉโคตรปริพาชกถามปัญหาพระโมคคัลลานะ [๗๘๘] ครั้งนั้นแล วัจฉโคตรปริพาชกเข้าไปหาท่านพระมหา โมคคัลลานะถึงที่อยู่ ได้ปราศรัยกับท่านพระมหาโมคคัลลานะ ครั้นผ่าน การปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka