ส. ดูก่อนวัจฉะ เหตุอันใดและปัจจัยอันใดเพื่อการบัญญัติว่า สัตว์
มีรูปก็ดี ว่าสัตว์ไม่มีรูปก็ดี ว่าสัตว์มีสัญญาก็ดี ว่าสัตว์ไม่มีสัญญาก็ดี ว่าสัตว์
มีสัญญาก็มิใช่ ไม่มีสัญญาก็มิใช่ก็ดี เหตุอันนั้นและปัจจัยอันนั้น พึงดับ
ทุก ๆ อย่าง หาเศษมิได้ บุคคลเมื่อบัญญัติสัตว์ ว่าสัตว์มีรูปก็ดี ว่าสัตว์
ไม่มีรูปก็ดี ว่าสัตว์มีสัญญาก็ดี ว่าสัตว์หาสัญฌามิได้ก็ดี ว่าสัตว์มีสัญญา
ก็มิใช่ ไม่มีสัญญาก็มิใช่ก็ดี พึงบัญญัติด้วยอะไร.
ว. ดูก่อนกัจจานะผู้เจริญ ท่านบวชนานเท่าไร.
ส. ไม่นาน ได้สามพรรษา.
ว. ดูก่อนผู้มีอายุ การกล่าวแก้ของผู้ที่กล่าวแก้ได้มากถึงเท่านี้
เมื่อการกล่าวแก้ไพเราะอย่างนี้แล้ว ก็ไม่จำต้องพูดอะไรกันอีก.
จบ สภิยสูตรที่ ๑๑
จบ อัพยากตสังยุต
อรรถกถาสภิยสูตรที่ ๑๑
ในสภิยสูตรที่ ๑ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า เอตฺตเกน เอตฺตกเมว ความว่า ดูก่อนท่านผู้มีอายุ
การพยากรณ์ของผู้ที่ชี้แจงว่า เมื่อเหตุมี ย่อมมีรูปเป็นต้น คือ พยากรณ์ว่า
เมื่อเหตุไม่มี รูปย่อมไม่มี โดยกาลเท่านี้นั้น มีมากถึงเพียงนี้ ก็ไม่ต้อง
กล่าวอะไร ในการพยากรณ์ที่ไพเราะเพราะพริ้งเป็นที่น่าพอใจยิ่ง กล่าว
โดยนัยแห่งธรรมเทศนานั้นแหละ ไม่จำต้องกล่าวอะไร เลิกพูดกันได้.
จบ อรรถกถาสภิยสูตรที่ ๑๑
จบ อรรถกถาอัพยากตสังยุต
จบ อรรถกถาสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค