Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 190

เล่ม มมร. 30 หน้า 190 ข้อ 368 369 370 371
โสมนสิการในสิ่งเหล่านี้ นี้เป็นอาหารใช้วิริยสัมโพชฌงค์ที่ยังไม่เกิดเกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญบริบูรณ์. [๓๖๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อะไรเล่าเป็นอาหารให้ปีติสัมโพชฌงค์ ที่ยังไม่เกิดเกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญบริบูรณ์ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมทั้งหลายเป็นที่ตั้งแห่งปีติสัมโพชฌงค์ มีอยู่ . การกระทำให้มากซึ่งโยนิ- โสมนสิการในธรรมเหล่านั้น นี้เป็นอาหารให้ปีติสัมโพชฌงค์ที่ยังไม่เกิดเกิด ขึ้น หรือที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญบริบูรณ์ [๓๖๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อะไรเล่าเป็นอาหารให้ปัสสัทธิ- สัมโพชฌงค์ที่ยังไม่เกิดเกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญบริบูรณ์. ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย ความสงบกาย ความสงจิต มีอยู่ การกระทำให้มากซึ่งโยนิ- โสมนสิการในความสงบนั้น นี้เป็นอาหารให้ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ที่ยังไม่เกิด เกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญบริบูรณ์. [๓๗๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย. ก็อะไรเล่าเป็นอาหารให้สมาธิ- สัมโพชฌงค์ที่ยังไม่เกิดเกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญบริบูรณ์. ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย สมาธินิมิต อัพยัคคนิมิต* มีอยู่ การกระทำให้มากซึ่งโยนิ- โสมนสิการในนิมิตนั้น นี้เป็นอาหารให้สมาธิสัมโพชฌงค์ที่ยังไม่เกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญบริบูรณ์ [๓๗๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อะไรเล่าเป็นอาหารให้อุเบกขา สัมโพชฌงค์ที่ยังไม่เกิดเกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญบริบูรณ์. ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย ธรรมทั้งหลายเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขาสัมโพชฌงค์ มีอยู่ การกระ ทำให้มากซึ่งโยนิโสมนสิการในธรรมเหล่านั้น นี้เป็นอาหารให้อุเบกขา- สัมโพชฌงค์ที่ยังไม่เกิดเกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญบริบูรณ์. * หมายถึงนิมิตแห่งจิตที่มีอารมณ์ไม่ฟุ้งซ่าน.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka