Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 270

เล่ม มมร. 30 หน้า 270 ข้อ 514 515 516 517
๗. อทลิททสูตร ด้วยเหตุเพียงเท่าไรจึงเรียกว่าคนไม่จน [๕๑๔] สาวัตถีนิทาน. ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่เรียกว่า คน ไม่จน คนไม่จน ดังนี้ ด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอ จึงเรียกว่า คนไม่จน. [๕๑๕] พ. ดูก่อนภิกษุ ที่เรียกว่า คนไม่จน ก็เพราะโพชฌงค์ ๗ อันตนเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว โพชฌงค์ เป็นไฉน คือ สติสัม- โพชฌงค์ ฯลฯ อุเบกขาสัมโพชณงค์. ดูก่อนภิกษุ ที่เรียกว่า คนไม่จน ก็ เพราะโพชฌงค์ ๗ เหล่านี้แล อันตนเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว. จบอทลิททสูตรที่ ๗ ๘. อาทิจจสูตร ความเป็นผู้มีมิตรดีเป็นเบื้องต้นแห่งโพชฌงค์ ๗ [๕๑๖] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อพระอาทิตย์จะขึ้นสิ่ง ที่ขึ้นก่อน สิ่งที่เป็นนิมิตมาก่อน คือ แสงเงินแสงทอง ฉันใด สิงที่เป็นเบื้องต้น เป็นนิมิตมาก่อน เพื่อความบังเกิดแห่งโพชฌงค์ ๗ แก่ภิกษุ คือ ความเป็นผู้มี มิตรดี ฉันนั้น เหมือนกัน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้มีมิตรดี พึงหวัง ข้อนี้ได้ว่า จักเจริญโพชฌงค็ ๗ สู่จักกระทำให้มากซึ่งโพชฌงค์ ๗. [๕๑๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้มีมิตรดี ย่อมเจริญโพชฌงค์ ๗ ย่อมกระทำให้มากซึ่งโพชฌงค์ ๗ อย่างไรเล่า. ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อม เจริญสติสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปใน การสละ ฯลฯ ย่อมเจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีมิตรดี ย่อม เจริญโพชฌงค์ ๗ ย่อมกระทำให้มากซึ่งโพชฌงค์ ๗ อย่างนี้แล. จบอาทิจจสูตรที่ ๘
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka