ธรรม ๑๑ ประการ ย่อมเป็นไปเพื่อความเกิดขึ้นแห่งวิริยสัมโพชฌงค์
คือ ความพิจารณาเห็นภัยในอบาย ๑ ความเป็นผู้ปกติเห็นอานิสงส์ ๑ ความ
พิจารณาเห็นทางดำเนิน ๑ ความเคารพในการเที่ยวบิณฑบาต ๑ ความ
พิจารณาเห็นความเป็นใหญ่แห่งมฤดก ๑ ความพิจารณาเห็นความเป็นใหญ่แห่ง
พระศาสดา ๑ ความพิจารณาเห็นความเป็นใหญ่แห่งชาติ ๑ ความพิจารณาเห็น
ความเป็นใหญ่แห่งสพรหมจารี ๑ ความหลีกเว้นบุคคลเกียจคร้าน ๑ ความคบ
หาบุคคลปรารภความเพียร ๑ ความน้อมใจไปในวิริยะนั้น ๑.
ในบทเหล่านั้น เมื่อคนแม้พิจารณาเห็นซึ่งภัยในอบายอย่างนี้ว่า ใคร ๆ
ก็ไม่อาจเพื่อให้วิริยสัมโพชฌงค์เกิดขึ้นได้ ในเวลาเสวยทุกข์ใหญ่ จำเดิมแต่รับ
เครื่องจองจำ ๕ อย่าง ในนรกก็ดี ในเวลาที่ถูกจับด้วยแหและไซดักปลาเป็น
ต้น ในกำเนิดดิรัจฉานก็ดี ในเวลาที่เขาทิ่มแทงด้วยเครื่องประหารมีปฏักต้อน
ไปเป็นต้น นำเกวียนไปเป็นต้นก็ดี ในเวลาเดือดร้อนด้วยความหิวกระหายใน
ปิตติวิสัย ถึงหลายพันปี ถึงพุทธันดรหนึ่งก็ดี ในเวลาเสวยทุกข์เกิดแต่ลม
และแดดเป็นต้น เพราะอัตภาพมีเพียงหนังหุ้มกระดูก ขนาด ๖๐ ศอก และ
๘๐ ศอก ในกาลกัญชิกอสูรก็ดี ดูก่อนภิกษุ นี้แลเป็นเวลาของท่าน ดังนี้
วิริยสัมโพชฌงค์ก็ย่อมเกิดขึ้น.
เมื่อมีปกติเห็นอานิสงส์อย่างนี้ว่า คนเกียจคร้านหาอาจได้โลกุตร-
ธรรม ๙ ไม่ คนปรารภความเพียรเท่านั้น อาจได้. นี้เป็นอานิสงส์แห่งความ
เพียร ดังนี้ วิริยสัมโพชฌงค์ก็ย่อมเกิดขึ้น เมื่อพิจารณาเห็นทางดำเนิน
อย่างนี้ว่า เราควรดำเนินตามทางที่พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธะ และมหา
สาวกทั้งปวงดำเนินไปแล้ว และทางนั้น คนเกียจคร้านหาอาจดำเนินไปได้ไม่
ดังนี้ วิริยสัมโพชฌงค์ก็ย่อมเกิดขึ้น.