Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 342

เล่ม มมร. 30 หน้า 342 ข้อ 675 676 677
[๖๗๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างเหล่านี้. ๓ อย่าง เป็นไฉน. คือ การเเสวงหากาม ๑ กามแสวงหาภพ ๑ การแสวงพรหมจรรย์ ๑ (พึงขยายเนื้อความที่กล่าวนี้เป็นตัวอย่าง.) รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. เอสนาสูตร ๒. วิธาสูตร ๓. อาสวสูตร ๔. ภวสูตร ๕.ปฐมทุกข- สูตร ๖ . ทุติยทุกขสูตร ๗. ตติยทุกขสูตร ๘. ขีลสูตร ๙. มลสูตร ๑๐. นีฆสูตร ๑๑. เวทนาสูตร ๑๒. ตัณหาสูตร. (เอสนาเปยยาลแห่งโพชฌงคสังยุต บัณฑิตพึงให้พิสดาร โดยอาศัยวิเวก) จบเอสนาวรรคที่ ๑๒ โอฆะ ๔ [๖๗๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โอฆะ ๔ ประการเหล่านั้น. ๔ ประการ เป็นไฉน. ได้แก่ โอฆะคือกาม โอฆะคือภพ โอฆะคือทิฐิ โอฆะคืออวิชชา (พึงขยายเนื้อความดังที่กล่าวนี้เป็นตัวอย่าง). [๖๗๗] สาวัตถีนิทาน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สังโยชน์อันเป็นส่วน เบื้องสูง ๕ ประการเหล่านี้. ๕ ประการเป็นไฉน. คือ รูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชา สังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องสูง ๕ ประการนี้แล. ดู ก่อนภิกษุทั้งหลาย โพชฌงค์ ๗ อันภิกษุควรเจริญ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไป เพื่อละซึ่งสังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องสูง ๕ ประการเหล่านี้แล. โพชฌงค์ ๗ เป็นไฉน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสติ สัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka