ทางนี้นั้น โดยชื่อ อยนะ. เพราะฉะนั้น ในบทว่า เอกายนฺวายํ ภิกฺขเว
มคฺโค พึงเห็นความอย่างนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทางนี้เป็นทางเดียว
ไม่เป็นทางสองแพร่ง. บทว่า มคฺโค ชื่อว่า มรรค ด้วยอรรถอะไร.
ด้วยอรรถเป็นเครื่องแสวงหานิพพาน และด้วยอรรถอันผู้มีความต้องการ
นิพพานพึงแสวงหา. บทว่า สตฺตานํ วิสุทฺธิยา ได้แก่ เพื่อความบริสุทธิ์
แห่งสัตว์ทั้งหลายผู้มีจิตเศร้าหมองแล้ว ด้วยมลทินมีราคะเป็นต้นและด้วยอุป-
กิเลสมีอภิชฌาวิสมโลภะเป็นต้น. บทว่า โสกปริเทวานํ สมติกฺกมาย
ความว่า เพื่อก้าวล่วงคือเพื่อละความโศกและความพร่ำเพ้อ. บทว่า ทุกฺขโท-
มนสฺสานํ อตฺถงฺคมาย ความว่า เพื่อความสิ้นไปคือเพื่อความดับแห่งทุกข์
และโทมนัสทั้งสองเหล่านี้ คือ ทุกข์อันเป็นไปทางกาย และโทมนัส
อันเป็นไปทางจิต. บทว่า ายสฺส อธิคมาย ความว่า อริยมรรคมีองค์ ๘
ท่านเรียกว่า าย. ท่านอธิบายว่า เพื่อบรรลุ คือ เพื่อถึงอริยมรรคนั้น.
จริงอยู่ มรรคคือสติปัฏฐานอันเป็นโลกิยะ เป็นส่วนเบื้องต้นนี้
อันบุคคลเจริญแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อบรรลุถึงโลกุตรมรรคะ ด้วยเหตุนั้น
ท่านจึงกล่าวว่า ายสฺส อธิคมาย ดังนี้. บทว่า นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย
ท่านอธิบายว่า เพื่อทำให้แจ้ง คือ เพื่อให้ประจักษ์แก่ตน แห่งอมตธรรม
อันได้ชื่อว่า นิพพาน เพราะเว้นจากเครื่องร้อยรัดคือตัณหา. จริงอยู่ มรรค
นี้ยังสัจฉิกิริยาให้สำเร็จ. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า นิพฺพานสฺส
สจฺฉิกิริยาย ดังนี้. ด้วยประการฉะนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสคุณของ
เอกายนมรรคด้วยบท ๗ บท. หากถามว่า เพราะเหตุไร พระผู้มีพระภาคเจ้า
จึงตรัสคุณของเอกายนมรรคนั้น. ตอบว่า เพื่อให้ภิกษุทั้งหลายเกิดอุตสาหะ.
จริงอยู่ ภิกษุเหล่านั้นครั้นฟังการกล่าวถึงคุณแล้ว เกิดความอุตสาหะว่า
นัยว่า มรรคนี้ ย่อมกำจัดอุปัทวะ ๔ คือ ความโศกอันเผาหัวใจ ๑